Key takeaways
Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวและสลายไขมันใต้ชั้นผิวใหม่จากเกาหลี ใช้พลังงานความร้อน Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดแก้ม ลดเหนียง กรอบหน้าชัด พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่ต้องพักฟื้น มีระบบ Cooling System และ Temperature Sensor ช่วยป้องกันผิวไหม้ ทำให้รู้สึกสบายผิวขณะทำ และเห็นผลลัพธ์นาน 6 – 12 เดือน

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิวเริ่มเสื่อมสภาพ นำไปสู่ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัดเจน รวมถึงการสะสมของไขมันบริเวณแก้มและใต้คาง การเลือกหัตถการทางการแพทย์ที่ไม่ต้องพักฟื้นและไม่ต้องพึ่งเข็มจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นวัตกรรมอย่าง Oligio จึงเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือดูแลผิวพรรณในปัจจุบัน
Oligio คืออะไร ?
Oligio คือนวัตกรรมเครื่องมือยกกระชับผิวพรรณที่ใช้พลังงาน Monopolar RF ที่ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งส่งผ่านพลังงานความร้อนในระดับ 40 – 60 องศาเซลเซียส ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ไปจนถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Tissue) จากเกาหลี ช่วยกระตุ้นการสลายไขมัน ลดแก้มเหนียง แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเสื่อมสภาพ ช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์ม เก็บกระเปาะแก้ม ให้หน้าเรียวยก กรอบหน้าชัด กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ กู้ผิวเสื่อมสภาพได้ในเครื่องเดียว
รีวิวโปรแกรม Oligio เก็บแก้มเหนียง



รีวิวโปรแกรม Oligio ลดไขมันแขน


ข้อดีและจุดเด่นของเครื่อง Oligio
- Oligio เป็นเครื่องยกกระชับที่ช่วยแก้ 2 ปัญหาผิว ได้แก่ปัญหาหย่อนคล้อยและมีไขมันสะสมได้ในเครื่องเดียว ช่วยให้หน้าเรียวกระชับ ผิวยืดหยุ่นขึ้นโดยไม่ต้องฉีด
- เครื่อง Oligioเป็นนวัตกรรมจากเกาหลีที่ผ่านการรับรอง FDA จากไทย อเมริกา ยุโรป เกาหลี
- เครื่อง Oligio ใช้คลื่น 6.78 MHz เป็นช่วงความถี่ต่ำและคงที่ ทำให้เกิดความร้อนใต้ชั้นผิวประมาณ 40 – 60 องศา เป็นความร้อนที่เหมาะกับการกระตุ้นและยกกระชับผิว
- Oligio เป็นเครื่องยกกระชับเจนใหม่ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิสูงเกินกำหนดเครื่องจะหยุดอัตโนมัติ ผิวจึงไม่เบิร์น ไม่แสบร้อนขณะทำ
- นอกจากเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ เครื่องยกกระชับ Oligio ยังมีระบบปล่อยความเย็น Cooling System ปล่อยความเย็นให้ผิวชั้นนอกสุด ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนสะสม
- ใช้เวลาทำ Oligio เพียง 20 – 30 นาที ประหยัดเวลาในการทำสวย
- เครื่องยกกระชับบางรุ่น ถ้าเปิดใช้หัว Tip แล้วจะต้องใช้ยิงให้หมดภายใน 1 ชม. ซึ่งปริมาณช็อตอาจจะมากเกินไป แต่ Oligio ใช้หัวยิงเจนใหม่ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและจำนวนช็อต สามารถแบ่งทำได้
เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ ระหว่างOligio กับ Thermage
- Oligioเครื่องยกกระชับ สลายไขมันเจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ใช้คลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ส่งพลังงานถึงผิวหนังชั้นไขมัน (Subcutaneous fat) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงโครงสร้างผิว ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนขึ้น ช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวทำให้หน้าดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องฉีด
- Thermageเป็นเครื่องยกกระชับรุ่นแรก ใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF เหมือนกับ oligio ยิงคลื่นพลังงานขนาดใหญ่ลงไปที่ชั้นผิว เพื่อให้ผิวกระชับ สลายไขมันสะสม ฟื้นฟูผิวชั้นบนสุดเพื่อลดริ้วรอย ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
เทอร์มาจกับ Oligio ใช้พลังงานเดียวกัน แต่หัวยิงเครื่องเทอร์มาจ เมื่อเปิดใช้จะต้องยิงให้หมดภายใน 1 ชม. อีกทั้งเครื่องเทอร์มาจจะไม่มีระบบตรวจจับอุณหภูมิ และปล่อยพลังงานความร้อนออกมาที่ผิวอย่างเดียว ต่างจาก Oligio ที่มีระบบปล่อยพลังงานความร้อนและลมเย็น
เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ ระหว่างOligio กับ Ulthera
- Oligioใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ในการกระตุ้นเซลล์ผิวหนังชั้นลึก จนถึงชั้นไขมัน (Subcutaneous fat) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงอีลาสติน ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยให้ผิวอิ่มฟู หน้าดูเด็ก ช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวได้ดี กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนขึ้น
- Ultheraใช้พลังงานจากคลื่นอัลตร้าซาวด์ High Intensity Focus Ultrasound ซึ่งเป็นพลังงานเดียวกันกับเครื่อง Ultraformer III ที่จะยิงพลังงานลงผิวชั้นผิว SMAS และชั้นกล้ามเนื้อ ช่วยแก้ปัญหาผิวที่หย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยจาง โดยอัลเทอร่าเป็นเครื่องยกกระชับความแม่นยำสูง
Oligio กับอัลเทอรา ทั้งสองเครื่องใช้พลังงานต่างกัน ระดับความร้อนที่ยิงลงบนผิว Oligio จะปลอดภัยกับผิวมากกว่า เพราะเกิดความร้อนที่ผิวแค่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่ Ulthera ทำให้เกิดความร้อนที่ผิวสูงถึง 60 – 70 องศาเซลเซียส และพลังงานที่ยิงจะกระตุ้นชั้นผิวคนละชั้น การยกกระชับจึงแตกต่างกัน และ Oligio ยังกระตุ้นการสลายไขมันได้ด้วย ซึ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาทั้งผิวหย่อนคล้อยและชั้นไขมันสะสม แพทย์อาจแนะนำการทำโปรแกรมควบคู่กัน โดยสามารถเช็กรายละเอียดการทําอัลเทอร่า ทั้งราคา พร้อมศึกษาปริมาณที่เหมาะสมในการทำUlthera ทั่วหน้าว่าควรกี่ช็อต ได้จากแพทย์ Aura Bangkok Clinic โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ ระหว่างOligio กับ Volnewmer
Oligio และ Volnewmer เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF เหมือนกัน ทั้งสองเครื่องเด่นเรื่องกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงโครงสร้างผิว ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย กระชับรูขุมขนได้ดีเท่ากัน แต่ Oligio มีระบบ Cooling System ที่ดีและเสถียรกว่า ส่วน Volnewmer มีหัว Tip หลายขนาดที่เหมาะกับผิวแต่ละบริเวณ ทำให้ Volnewmer มีราคาสูงกว่า Oligio
เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ ระหว่างOligio กับ Ultraformer III
- Oligio ใช้พลังงานจากคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ในการกระตุ้นเซลล์ผิวหนังชั้นลึก จนถึงชั้น Dermis ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและจัดเรียงอีลาสติน ช่วยยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ช่วยให้ผิวอิ่มฟู หน้าดูเด็ก ช่วยสลายไขมันใต้ชั้นผิวได้ดี กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนขึ้น
- Ultraformer IIIใช้พลังงานจากคลื่นอัลตร้าซาวด์ (High Intensity Focused Ultrasound) ยิงพลังงานลงผิวชั้นผิว SMAS ช่วยยกกระชับผิวได้ดี ช่วยให้หน้าดูเรียวยก แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ลดกระเปาะแก้ม
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนของ Oligio และ Ultraformer III คือ Oligio ช่วยยกกระชับผิวและสลายไขมันได้ดีกว่า เหมาะกับการสลายไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม เหนียง อีกทั้งผลลัพธ์ของ Oligio ยังอยูได้นานมากกว่า เพราะยกกระชับผิวชั้นลึกได้แม่นยำ ถ้าต้องการให้หน้ายก ผิวเต่งตึง ผิวเด้งกระชับทันที อยากหน้าเรียวพร้อมใช้ แนะนำทำทั้งสองหัตถการคู่กัน ผลลัพธ์จะชัดเจนและหน้าเรียวได้ทันที

เปรียบเทียบเครื่องยกกระชับ ระหว่างOligio กับ HIFU
Oligio กับ HIFU เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่แตกต่างกันอย่างมาก โดย Oligioเป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ปรับปรุงจาก Pain point ของเครื่องยกกระชับหลายรุ่น มีระบบตรวจจับระดับอุณหภูมิ ระบบปล่อยความเย็น หัว Tip ที่ออกแบบมาให้เข้ากับผิวบริเวณต่างๆ ใช้เวลาทำน้อยลงกว่าเดิม สบายผิวมากขึ้น ส่วน HIFU เป็นเครื่องยกกระชับรุ่นเก่าที่เน้นการยกกระชับ ใช้พลังงานที่ไม่เสถียร ความร้อนที่สูงเกินไปทำให้ผิวแสบร้อน ระบบ HIFU จึงเป็นเครื่องที่ไม่ได้รับความนิยมแล้วในปัจจุบัน
สรุปเครื่องยกกระชับหน้าแต่ละเครื่องต่างกันยังไง ?
เพื่อให้เห็นภาพรวมในการเลือกหัตถการที่เหมาะกับปัญหาผิว จึงได้มีสรุปเปรียบเทียบ Oligio กับเครื่องมือยกกระชับในหลากหลายกลุ่ม ดังนี้
Oligio เหมาะกับใคร ?
Oligio เหมาะกับทุกสภาพผิว ทุกเพศทุกวัย คนที่กลัวเข็ม หรือยังไม่อยากฉีดสามารถทำเครื่อง Oligio ได้
- ผู้ที่อยากหน้าเรียว วีเชฟ แต่ไม่อยากผ่าตัดศัลยกรรม หรือคนที่มีเวลาพักฟื้นน้อย
- ผู้ที่อยากกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิว แต่ไม่อยากฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน
- ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น (Sagging Skin) โครงสร้างผิวไม่แข็งแรง
- ผู้ที่ผิวแก่ ขาดคอลลาเจน
- ผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้ม เหนียง คอ
- ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา มีถุงใต้ตา หางตาตก
ข้อดีของเครื่อง Oligio
- ช่วยให้หน้าเรียว วีเชฟ โครงหน้าชัดขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้หน้าหรือแต่งหน้าต่อได้
- เป็นการยกกระชับผิวด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ปลอดภัย ไม่เบิร์นผิว ไม่แสบร้อนผิว ไม่มีแผลหลังทำ
- ใช้เวลาทำน้อย ประมาณ 20 – 30 นาที ไม่ต้องเผื่อเวลานานเหมือนกับเครื่องยกกระชับรุ่นเก่า
- เห็นผลหลังทำทันที 20 – 30% หน้าดูยก ผิวกระชับ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6 – 8 เดือน
- ช่วยสลายไขมันส่วนเกินได้ดี สามารถทำคู่กับแฟต โปรแกรมฟิลเลอร์ โบท็อก รวมถึงหัตถการอื่นได้
- ยิ่งทำตามจำนวนช็อตและทำซ้ำเพื่อกระตุ้นผิวตามที่แพทย์แนะนำ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง ผิวกระชับ ดูเด็ก
- ขั้นตอนการดูแลก่อนทำ-หลังทำ ไม่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องงดทานอาหารหรือยาที่ทานประจำ ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- เครื่องยกกระชับทั่วไป จะต้องทายาชาก่อนทำ ซึ่งยาชาอาจทำให้ผิวแห้ง แต่ Oligio สามารถทำได้เลยไม่จำเป็นต้องทายาชา หลังทำจึงไม่มีอาการผิวแห้ง หรือระคายเคืองจากการทายาชา



ข้อจำกัดของ Oligio
- ต้องรอผลลัพธ์เริ่มเห็นผลเต็มที่ ประมาณ 2 – 3 เดือน
- คนที่มีโรคเกี่ยวกับผิวหนังบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ชำนาญการก่อนทำ Oligio
Oligio ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาจะปรับเปลี่ยนไปตามจำนวนช็อตที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล จึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง

ทำ Oligio จุดไหนได้บ้าง ?
- ผิวทั่วหน้า รวมถึงหางตา หางคิ้ว มุมปาก
- Oligio ยกแก้ม
- Oligio ลดเหนียง
- รอบลำคอ
- ต้นแขน ท้องแขน


ควรทำ Oligio กี่ช็อตและกี่ครั้ง ?
จำนวนช็อตจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ สภาพผิวในบริเวณนั้น รวมถึงผลลัพธ์ที่ลูกค้าต้องการ ก่อนทำควรปรึกษาแพทย์ชำนาญการ เพื่อประเมินจำนวนช็อตและจำนวนครั้งที่เหมาะกับตัวเอง โดยจำนวนช็อตที่ แนะนำทำเริ่มต้นในแต่ละบริเวณ ได้แก่
- 600 shots ขึ้นไป เหมาะกับผิวทั่วใบหน้า เน้นกระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอยจางๆ ยกกระชับผิว
- 600 – 900 shots สำหรับยกแก้ม ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม ขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อย และขนาดแก้มของแต่ละคน
- 600 – 1200 shots สำหรับลดไขมันบริเวณเหนียง กรอบหน้า ขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อย หรือปริมาณไขมันบริเวณเหนียง
- 600 shots สำหรับยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอ เส้นจางๆ บริเวณคอ
ในการทำ Oligio 1 ครั้ง สามารถทำได้มากที่สุดกี่ช็อต ?
ตามมาตรฐานของคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำ ปริมาณสูงสุดที่สามารถทำได้สูงสุดคือ 1,200 Shots ต่อครั้ง หรือขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio อยู่ได้กี่เดือน ?
ผลลัพธ์หลังทำ Oligio ครั้งแรก อยู่ได้ประมาณ 6 – 12 เดือน แนะนำทำกระตุ้นทุก 6 เดือน เพื่อให้ใบหน้าเฟิร์มกระชับอยู่เสมอ ยิ่งคอลลาเจนในผิวได้รับการกระตุ้นซ้ำ หน้าจะดูเรียวยก ผิวอิ่มฟูได้นานขึ้น แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคน
Oligio ลดเหนียงได้ไหม ?
เครื่องยกกระชับ Oligio มีคลื่นพลังงานความถี่ต่ำและเสถียร จึงช่วยแก้ปัญหาเหนียงหย่อน เหนียงห้อยได้ดี นอกจากลดขนาดเหนียง ยังช่วยให้ผิวบริเวณเหนียงกระชับขึ้น เหนียงเล็กลง โครงหน้าชัดขึ้น โดย Oligio ช่วยลดเหนียงได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผู้ชายที่ทำเครื่อง Oligio จะกรอบหน้าชัดขึ้น Jawline เด่น ช่วยให้หน้าดูคม ส่วนผู้หญิงที่ทำ Oligio หน้าจะดูเรียว วีเชฟ หน้ายกผิวฟูขึ้น
Oligio อันตรายหรือเปล่า หลังทำหน้าจะระบมไหม ?
Oligio ไม่อันตราย เมื่อรับบริการกับแพทย์ในคลินิกที่ใช้ เครื่องแท้จากบริษัทผู้ผลิต โดย Oligioถือเป็นหัตถการยกกระชับผิวด้วยนวัตกรรมใหม่ที่เน้นเรื่องความปลอดภัย เพราะใช้คลื่น 6.78 MHz เป็นช่วงความถี่ต่ำและคงที่ ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่ยิงคลื่น ไม่ทำให้ผิวบริเวณใกล้เคียงระคายเคืองและบนหัว Tip ยังมีเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิที่ผิว (Skin Temperature Tracking Sensor) ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไปเครื่องจะหยุดอัตโนมัติ ผิวจึงไม่ไหม้เบิร์น ไม่แสบร้อนผิว ไม่มีแผลหลังทำ บวกกับระบบปล่อยความเย็น Cooling System ปล่อยความเย็นให้ผิวชั้นนอกสุด ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนสะสม
Oligio vs โปรแกรมโบท็อกซ์ ถ้ากรามใหญ่ อยากหน้าเรียวเลือกทำอะไรดี ?
Oligio กับโปรแกรมโบท็อกซ์ เป็นหัตถการที่มีความแตกต่างกัน แต่ทั้งสองหัตถการช่วยให้ใบหน้าดูวีเชฟขึ้นได้ คนที่กรามใหญ่ โครงหน้าไม่ชัดสามารถทำสองหัตถการพร้อมกัน หรือเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้
- โบท็อกซ์กรามเป็นการฉีดตัวยาที่มีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อ ใช้ฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ เหมาะกับคนหน้าบานเพราะกล้ามเนื้อกรามใหญ่ เมื่อฉีดโบท็อกกราม กล้ามเนื้อกรามจะคลายตัวทำให้หน้าดูเล็กและเรียวขึ้น
- Oligioเป็นเครื่องยกกระชับสลายไขมันเจนเนอเรชั่นใหม่ โดยใช้คลื่นและพลังงานความร้อนในการยกกระชับผิว ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นขึ้น การทำ Oligio บริเวณแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง ช่วยให้หน้าดูยก เหนียงยุบ หน้าวีเชฟขึ้น
นอกจากเทคโนโยลีใหม่ล่าสุด Oligio ยังผ่านการทดสอบและได้ผ่านการรับรอง FDA จากไทย อเมริกา ยุโรป เกาหลี มั่นใจทั้งเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ หลังทำเสร็จใบหน้าจะรู้สึกอุ่นๆ ตึงเล็กน้อย แต่ไม่ระบม ไม่บวม ไม่ช้ำ
หลังทำ Oligio ต้องพักหน้าไหม ?
Oligio เป็นหัตถการหนึ่งที่ไม่ต้องดูแลจุกจิก หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องพักหน้า สามารถแต่งหน้าได้ทันที ไม่จำเป็นต้องหยุดทาครีม หรือสกินแคร์ สามารถทานอาหาร หรือกินยาโรคประจำตัวได้ตามปกติ และสามารถทำหัตถการอื่นหลังจากทำ Oligio ได้ด้วย
เรื่องที่ต้องรู้ และข้อแนะนำก่อนและหลังทำ Oligio ?
- ควรประเมินผิวหน้าและวางแผนการรักษากับแพทย์ชำนาญการก่อนทำ Oligio เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- แจ้งประวัติการฉีดหน้าและทำศัลยกรรม
- แจ้งประวัติการแพ้ยา, ยาที่กินเป็นประจำ, โรคประจำตัว และภาวะการตั้งครรภ์กับแพทย์ผู้ให้บริการเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
หลังทำ Oligio มีอาการอะไรบ้าง ?
- ขณะทำอาจจะรู้สึกจี๊ดๆ อุ่นๆ ได้บ้าง
- หลังทำอาจมีความร้อนสะสมใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแดง จะค่อยดีขึ้นประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง หรือในบางคนที่ผิวบาง อาจใช้เวลาประมาณ 1 วันให้อาการดีขึ้น
- บางคนจะมีอาการระบม บวม เมื่อยบริเวณกราม จะค่อยดีขึ้นประมาณ 5-7 วัน
- อาจจะเกิดการระคายเคือง หรือผิวแห้ง หากเกิดการระคายเคือง สามารถทายาลดการระคายเคือง ที่คลินิกจ่ายควบคู่กับการทามอยส์เจอไรเซอร์ได้
การดูแลตัวเองหลังทำ เครื่องยกกระชับ Oligio ?
การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio ไม่มีกำหนดตายตัว สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
- ควรทาครีมกันแดดทุกวันสม่ำเสมอ หรือทุกครั้งที่ออกแดด เพื่อป้องกันแสงแดดทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว
- หากมีอาการปวด สามารถทานยาพารา บรรเทาอาการปวดได้
- หากเป็นคนที่ผิวระคายเคืองง่าย หลีกเลี่ยงการสครับผิว หลังทำประมาณ 5 – 7 วัน เพราะอาจเกิดการระคายเคือง
ทำ Oligio ที่คลินิกไหนดี ?
อยากทำ Oligio ให้เห็นผลชัด ปลอดภัย ใช้เครื่องแท้ ควรเลือกทำในคลินิกที่มีมาตรฐาน ให้บริการโดยแพทย์ชำนาญการที่ผ่านการเทรนนิง ออร่าแนะนำให้สังเกตคลินิกก่อนเข้ารับบริการ ดังนี้
- มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และใบอนุญาตการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการในบริเวณที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน จากกระทรวงสาธารณสุข
- แพทย์ที่ให้บริการในคลินิก เป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ มีประสบการณ์ สามารถเช็กจากฐานข้อมูลแพทยสภา Website:https://checkmd.tmc.or.th/
- แพทย์ผ่านการเทรนนิง การใช้เครื่อง Oligio มีใบ Certificate รับรองจากบริษัทผู้ผลิต Oligio ติดในบริเวณคลินิกที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ตรวจสอบเครื่อง Oligio แท้และรายชื่อคลินิกที่ซื้อเครื่องจากบริษัทเจ้าของนวัตกรรมได้ที่ Website: Wontechasiaกดเลือกเมนู Find Clinic
- คลินิกที่มีตั้งชัดเจน สะอาด ปลอดโปร่ง พร้อมให้บริการ
- คลินิกมีการนัดติดตามผลหลังทำ
คืนความกระชับ ปรับกรอบหน้าชัดแบบไม่ต้องพักฟื้นที่ Aura Bangkok Clinic
Oligio ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมยกกระชับผิวและดูแลชั้นไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องพึ่งเข็ม ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แลดูแน่นอิ่มฟู รูขุมขนแลดูเรียบเนียน ปรับกรอบหน้าให้แลดูชัดเจนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจดูแลผิวพรรณ สามารถเข้ารับการประเมินสภาพผิว วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า พร้อมคำนวณจำนวนช็อตที่เหมาะสมกับปัญหาผิวเฉพาะบุคคลโดยแพทย์ที่ Aura Bangkok Clinic ทุกสาขา ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านระบบ Self-Booking ได้ที่ LINE: @botox (มี @ นำหน้า)
*พิเศษ ! สำหรับลูกค้าใหม่รับฟรีโปรแกรมฉีดหน้าใส Aura Bright จำนวน 2 เข็ม ทันทีเมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,600 บาทขึ้นไป (ตามเงื่อนไขที่คลินิกกำหนด)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่อง Oligio (FAQs)
Q: ทำ Oligio เจ็บหรือเปล่า แสบผิวไหม ?
A: ระหว่างทำและหลังทำ Oligio จะไม่รู้สึกเจ็บ หรือแสบผิว หลังทำเสร็จใหม่ใบหน้าจะรู้สึกอุ่นตึงเล็กน้อย แต่ไม่ระบม ไม่บวม ไม่ช้ำ เพราะ Oligio ใช้คลื่นพลังงานคงที่ มีนวัตกรรมตรวจจับอุณหภูมิ และระบบ Cooling System จึงทำให้รู้สึกระคายเคืองผิวระหว่างทำน้อยและมีอาการแทรกซ้อนหลังทำเพียงเล็กน้อยอีกด้วย
Q: ผิวแก่ อยากแก้ปัญหาผิวตามช่วงอายุ ควรเลือกทำ Oligio หรือ Sculptra ?
A: เมื่อมีอายุมากขึ้น คอลลาเจนในผิวจะลดลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย เหี่ยว ไม่กระชับ มีริ้วรอยง่าย การกระตุ้นคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวกลับมากระชับ ดูอิ่มฟู แข็งแรงขึ้น ทั้งโปรแกรม Oligio และ Sculptra สามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้เหมือนกัน สามารถเลือกทำทั้งสองโปรแกรม หรือเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งตามความต้องการ
Q: Oligio ทำครั้งเดียว อยู่ได้ถาวรหรือไม่ ?
A: ผลลัพธ์หลังทำเครื่อง Oligio ไม่อยู่ถาวร แต่การทำ Oligio 1 ครั้งตามจำนวนช็อตที่แพทย์แนะนำ จะสามารถอยู่ได้ประมาณ 6 – 8 เดือน แนะนำให้ทำกระตุ้นทุก 6 เดือน ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 8 – 12 เดือน
Q: Oligio จะทำให้หน้าบาง ผิวบางลงไหม ?
A: การทำ Oligio เป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงมากขึ้น ไม่มีส่วนทำให้ผิวหน้าบางลงแต่อย่างใด
Q: อายุเท่าไรถึงจะทำ Oligio ได้ ?
A: Oligio เหมาะกับทุกคนทุกเพศ สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ยิ่งเริ่มทำ ยิ่งช่วย Maintain คอลลาเจนในผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี
Q: ถ้ามีหนวด สามารถทำ Oligio ได้ไหม ?
A: สำหรับคนที่มีหนวด หรือหนวดค่อนข้างหนา แนะนำให้ลูกค้าโกนหนวดมาก่อน เพราะหนวดจะทำให้หัว Tip ไม่แนบผิว รวมถึงหนวดจะกักเก็บความร้อนได้มาก อาจทำให้ระคายผิวได้
Q: ทำ Oligio หลายช็อต หน้าจะตอบไหม ?
A: Oligio ควรทำตามจำนวนช็อตที่พอดีกับผิว แล้วผลลัพธ์หลังทำจะชัดเจน โดยจำนวนช็อตที่เหมาะกับผิวต้องมาจากคำแนะนำของแพทย์ที่ผ่านการเทรนนิงมาแล้ว จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาก่อนทำ
Q: Oligio แบ่งทำหลายๆ ครั้งได้ไหม ?
A: Oligio สามารถซื้อจำนวนช็อตเยอะแล้วแบ่งทำได้ เช่น Oligio 1,200 shots แบ่งทำครั้งละ 600 shots ถ้าต้องการแบ่งทำมากกว่า 1 ครั้ง แนะนำให้แพทย์ประเมินผิวก่อน
Q: Oligio มาจากไหน ?
A: เครื่อง Oligio เป็นนวัตกรรมยกกระชับจากบริษัท Wontech บริษัทนวัตกรรมเครื่องมือการแพทย์ ประเทศเกาหลี ผ่านการรับรองมาตรฐานจากเกาหลี สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเครื่อง Oligio จึงได้รับความนิยมมากในคลินิกและโรงพยาบาลเสริมความงามของเกาหลี
Q: ใครไม่ควรทำ Oligio ?
A:
- บุคคลที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ Pacemaker
- บุคคลที่กำลังตั้งครรภ์
- บุคคลที่มีโลหะบริเวณใบหน้า
- บุคคลที่มีความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด และการแข็งตัวของเลือด
- ถ้าเคยได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือน – 1 ปี (ขึ้นอยู่กับคุณหมอประเมิน)
- บุคคลที่ร้อยไหมชนิดโลหะบริเวณใบหน้า
- บุคคลที่มีความผิดปกติในการรับความรู้สึก






















