ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง

ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง? แต่ละแบบมีข้อดีอะไร เลือกแบบไหนดี

09/04/2026

คลินิกที่ดาราฉีดหน้า

เคล็ดลับบูสต์ผิวให้กลับมาสวยกระจ่างใส ดูเปล่งปลั่ง มีออร่าที่คนดังหลายคนเลือกใช้ ก็คือการดริปผิวหรือฉีดวิตามินผิว แต่ระหว่างดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง พร้อมแนะนำวิธีการดูแลตัวเอง พร้อมสูตรวิตามินผิวที่ Aura Bangkok Clinic แนะนำ แบบไหนที่จะตอบโจทย์ผิวคุณได้ดีที่สุด วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบพร้อมกัน!


ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง?

สำหรับคำถามว่า ดริปผิว คืออะไร? ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง? ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ทั้งการดริปผิวและการฉีดผิว ต่างก็เป็นการให้วิตามินเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดโดยตรงทั้งคู่ แต่ต่างกันที่วิธีการเล็กน้อย คือ

  • การดริปผิว หรือ IV Drip (Intravenous Vitamin Therapy) เป็นการให้วิตามินผ่านเส้นเลือด คล้ายกับการให้น้ำเกลือ จะใช้เวลาในการทำค่อนข้างนาน ประมาณ 15-30 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณวิตามินที่ดริป) การดริปผิววิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมในคลินิกและโรงพยาบาลชั้นนำ ผลข้างเคียงน้อย
  • การฉีดผิว การฉีดวิตามินผิว เหมือนกับการฉีดยาหรือฉีดวัคซีน แพทย์จะฉีดวิตามินเข้าหลอดเลือดโดยตรง โดยค่อยๆ ดันยาเข้าเส้นเลือด ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที ปริมาณตัวยาน้อยกว่า เหมาะกับคนที่ต้องการความรวดเร็ว บริการฉีดผิวได้รับความนิยมน้อยลง คลินิกส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นบริการดริปผิว (IV Drip)

การเติมวิตามินเข้าผิวโดยตรง ดียังไง?

นอกจากดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง? อีกคำถามที่คนส่วนใหญ่อยากรู้ คือการฉีดหรือดริปวิตามินผิวเข้าทางหลอดเลือดโดยตรง ดียังไง? ทั้งสองวิธีสามารถช่วยฟื้นบำรุงร่างกายจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลได้รวดเร็วกว่าการใช้แค่สกินแคร์บำรุงผิวเพียงอย่างเดียว โดยการดริปผิวจะเห็นผลดีต่อผิวและสุขภาพ ดังนี้

  • ช่วยบำรุงผิวโทรม ให้ดูสดใส เปล่งปลั่ง และมีออร่ามากขึ้น
  • ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน
  • ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ให้ผิวมีความยืดหยุ่น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจางลง ผิวเรียบเนียนมากขึ้น
  • สูตรวิตามินผิวขาวแบบฉีด มักมีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยปรับสีผิว ลดความหมองคล้ำ
  • ช่วยเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ ให้ผิวแข็งแรง ดูสุขภาพดี
  • ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ร่างกายสดชื่น

แล้วต้องดริปวิตามินผิวกี่ครั้งเห็นผล?

จำนวนครั้งในการดริปผิวเพื่อให้ขาวใสขึ้นจะขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนและผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งโดยทั่วไปจะดริปต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไป จะช่วยให้ผิวนุ่มลื่น ผิวชุ่มชื่น บำรุงร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

ส่วนคนที่อยากขาว อยากปรับสีผิว คงสภาพผิวให้กระจ่างใสมีออร่า ควรดริปอย่างต่อเนื่องทุก 5 หรือ 7 วัน อย่างน้อย 10 ครั้งขึ้นไป คู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ ทากันแดด กินอาหารที่มีประโยชน์ จึงจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสดูมีออร่า ช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้เปล่งปลั่งขึ้น ผิวแข็งแรงฟื้นตัวจากความหมองคล้ำได้ไว ความจำดีขึ้น กระตุ้นเซลล์ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติ ลดการทำงานของอนมูลอิสระ ดีท็อกซ์พิษจากผิว


ดริปผิวสูตรไหนดี ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไรบ้าง?

ในแต่ละคลินิกก็จะมีสูตรดริปผิว ฉีดผิวที่ต่างกันออกไป ซึ่งสูตรดริปผิวที่ Aura Bangkok Clinic เป็นสูตรเฉพาะที่พัฒนาขึ้นให้ตอบโจทย์กับทุกปัญหาผิว ดังนี้

Set Premium Skin 2 สูตร จากส่วนผสมระดับโปร ผิวใสโกลว์สม่ำเสมอ

  • White Booster+ เป็นวิตามินสูตรที่พรีเมียมและเข้มข้นมากที่สุด และยังเป็นวิตามินสูตรที่ดีที่สุดของ Aura Bangkok Clinic ที่ช่วยบำรุงล้ำลึก เพิ่มวิตามินที่จำเป็นให้กับร่างกาย ปรับสีผิวทุกเฉดให้ดูสุขภาพดี มีส่วนผสมหลักของอนุพันธ์วิตามิน B3 ที่เข้มข้น มี ALA และ White Booster ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น ดีท็อกซ์สารพิษ และยังมีวิตามินซี เสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  • Ultimate Anti-aging วิตามินสูตรพรีเมียมจากส่วนผสมที่ดีที่สุด ช่วยให้เซลล์แก่ช้าลง ฟื้นฟูเซลล์ ฟื้นฟูระบบในร่างกาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ช่วยให้ผิวเด็ก มีส่วนผสมหลักของอนุพันธ์วิตามิน B3 วิตามิน B Complex แมกนีเซียม วิตามินซี และ ALA ยิ่งดริปต่อเนื่อง ยิ่งช่วยให้ผิวเด้ง เหมาะกับผิวที่ขาดการฟื้นฟู ผิวแก่ ผิวเสียจากแดดและมลภาวะ

Set wellness Drip สำหรับสายรักสุขภาพ ใส่ใจ Longivity ดูแลสุขภาพในระยะยาว

  • Ultimate Body Reboot วิตามินที่เน้นฟื้นฟูร่างกาย ฟื้นฟูเซลล์ ปกป้องเซลล์ผิว ช่วยเพิ่มพลังงานให้ผิว เติมความสดชื่นให้ร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนผสมของ Cindella แมกนีเซียม วิตามินซีเข้มข้น เหมาะกับผิวโทรม ใช้ร่างกายหนักเป็นเวลานาน พักผ่อนน้อย
  • Women’s Health Essential วิตามินสูตรเข้มข้น สูตรที่ออกแบบเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ  เหมาะกับผู้หญิงทุกช่วงอายุ  เพราะช่วยฟื้นฟูพลังงาน ลดอาการอ่อนล้า บำรุงผิวให้ดูสุขภาพดี เปล่งปลัง ลดอาการปวดประจำเดือน ปรับอารมณ์และปรับสมดุลฮอร์โมนผู้หญิงให้คงที่
  • Men’s Health Essential  วิตามินสูตรเข้มข้นตัวแรกที่ออกแบบเพื่อผู้ชาย เหมาะกับผู้ชายที่อยากดูแลตัวเอง ผู้ชายที่ทำงานหนักไม่มีเวลาบำรุงร่างกาย โดยวิตามินสูตรนี้มีวิตามินที่จำเป็นต่อการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ฟื้นฟูการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เสริมฮอร์โมนให้ทำงานได้เต็มที่ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เหมาะกับผู้ชายที่อยากฟื้นฟูร่างกายอย่างล้ำลึก
  • Ultimate Wellness Solution วิตามินรวมและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูร่างกาย เหมาะกับทุกคนทุกเพศที่ทำงานหนัก เครียดสะสม ร่างกายอ่อนแอเพราะเซลล์อักเสบง่าย วิตามินสูตรนี้อัดแน่นด้วยวิตามินรวม ที่จะช่วยบำรุงร่างกาย ปรับสมดุลร่างกาย ชะลอความเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงผม ผิว เล็บให้แข็งแรง
  • Complete Balance Recovery วิตามินที่ตอบโจทย์คนนอนน้อย นอนหลับยาก มีปัญหาการนอน เครียดสะสม เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่นระหว่างวัน สามารถดริปได้ทุกคนทุกเพศ ไม่ทำให้ Cycle การนอนเปลี่ยน เมื่อดริปต่อเนื่องจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ ช่วยให้นอนหลับลึก หลับต่อเนื่อง ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลดความตึงเครียดสะสม
  • Myers’ Cocktail ดริปผิวตัวดัง สูตรคลาสสิคจากสหรัฐอเมริกา เหมาะกับทุกคนทุกเพศ เน้นดูแลผิวให้เปล่งปลั่ง ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดี ไม่ซีดไม่เหลือง นอกจากช่วยบำรุงผิว ยังช่วยเติมพลังงานให้ร่างกาย ช่วยผ่อนคลายความเครียด

Set Classic Skin 5 สูตร ผิวใสทุกโหมด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

  • Aura White ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส อมชมพู นุ่มลื่น มีส่วนผสมของวิตามินบี 12 และ ACETIN สารต้านอนุมูลอิสระ
  • Glow Skin เน้นผิวฉ่ำ ผิวเด้งอิ่มน้ำ ผิวกระจ่างใส ใช้ส่วนผสมที่เป็นสารตั้งต้นของกลูต้า ช่วยปรับสีผิว เหมาะกับคนผิวหมอง ผิวเหลือง
  • Healthy Skin ช่วยให้ผิวแข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูความอ่อนล้า มีส่วนผสมของวิตามินบีรวม วิตามินบี 12 และ ACETIN ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ (Anti-Aging) ชะลอการเกิดริ้วรอย เร่งการเผาผลาญ
  • Fat Burn สูตรที่คิดค้นมาเพื่อคนที่อยากกระตุ้นการเผาผลาญ ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานเต็มที่ เหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
  • Acne Clear IV Drip มีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยปลอบประโลมผิว ช่วยปรับสมดุลผิวไม่ให้แห้งหรือมันจนเกินไป ช่วยลดการอักเสบ ลดโอกาสการเกิดสิวและผดตามตัว ลดโอกาสการเป็นสิวซ้ำ ช่วยบำรุงให้ผิวแข็งแรง ไม่ดันสิว

นอกจาก Classic Skin ยังมีดริปผิวสูตรน้องใหม่ล่าสุด Collagen Booster สำหรับคนที่อยากเปิดใจลองดริปวิตามิน

  • Collagen Booster ดริปผิวสูตรใหม่ เหมาะกับคนทุกเจนที่อยากบูสต์ผิวใสอมชมพู บำรุงผิวให้เนียนนุ่มลื่น ช่วยบูสต์คอลลาเจน ให้ผิวเนียนเด้ง ไม่หยาบกร้าน ปกป้องผิว ช่วยให้ผิวไม่ไวต่อแสง ดริปต่อเนื่องได้ไม่ทำให้ผิวบางลง ราคาน่ารัก ดริปได้บ่อยครั้ง

สำหรับใครที่สนใจดริปผิวกับออร่า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก!


การดูแลตัวเองก่อน-หลังเติมวิตามินให้ผิว

ก่อนเติมวิตามินผิว

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมหลักและประโยชน์ของวิตามินแต่ละตัวที่ใช้ดริปผิว
  • เลือกคลินิกเสริมความงามที่มีมาตรฐาน มีรีวิวที่ดีบน Google Review, Facebook Fanpage รวมไปถึง Social Media อื่น ๆ ของคลินิก
  • เลือกคลินิกที่ให้บริการดริปวิตามินผ่านทางเส้นเลือด หรือ IV Drip ดำเนินการโดยพยาบาลวิชาชีพ หรือผู้ช่วยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา ยาที่ทานประจำ โรคประจำตัว ประวัติการทำศัลยกรรมและภาวะการตั้งครรภ์กับคุณหมอก่อนดริปวิตามินทุกครั้ง

หลังเติมวิตามินผิว

  • ทาครีมกันแดดทุกวันที่มี SPF 50+ PA++++ ขึ้นไป อย่างสม่ำเสมอ หรือทุกครั้งที่ออกแดด
  • หลังดริปผิวหรือฉีดผิว ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
  • หากกังวลเรื่องรอยช้ำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงยา วิตามินและแอลกอฮล์ เช่น aspirin, Fish oil, collagen ประมาณ 4-5 วัน
  • เลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แขนข้างที่เปิดเส้น 4-6 ชม.
  • ควรดริปต่อเนื่อง สัปดาห์ละครั้งเพื่อคงผลลัพธ์

ข้อควรระวังในการดริปผิว มีอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่สงสัยว่าดริปวิตามินผิว อันตรายไหม? การดริปผิว ฉีดผิว เป็นโปรแกรมที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และเปิดให้บริการในหลากหลายคลินิกชั้นนำ รวมไปถึงมีงานวิจัยด้านความปลอดภัยหลังฉีดผิวรองรับ แต่ถ้าต้องพูดถึงข้อควรระวังของการดริปผิว คือการเลือกฉีดกับหมอกระเป๋า หรือคลินิกเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาต

โดยคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีการใช้วิตามินปลอม มีส่วนผสมของสารแปลกปลอมอื่น ๆ หรือขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ทำให้หลังดริปวิตามินผิวเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น การติดเชื้อ เสี่ยงต่ออาการแพ้วิตามินรุนแรง หรือแม้กระทั่งเส้นเลือดแตก เกิดฟองอากาศในหลอดเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจฉีดผิวขาวที่ไหนดี ควรศึกษาข้อมูลของคลินิก ตรวจสอบใบอนุญาต พร้อมตรวจสอบส่วนผสมของวิตามินให้ละเอียด และปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อประเมินสภาพร่างกายและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ตรงกับความต้องการมากที่สุด

สรุป

ดริปผิวกับฉีดผิว ต่างกันยังไง? ทั้งสองวิธีต่างก็เป็นการให้วิตามินผ่านทางหลอดเลือดดำเหมือนกัน แต่จะมีจุดเด่นต่างกันไป ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการ สำหรับการดริปผิว จะเหมาะกับคนที่มีเวลาและอยากได้รับวิตามินผิวใสอย่างเต็มที่ ส่วนการฉีดผิวจะเหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย ต้องการความรวดเร็ว หรือคนที่อยากเพิ่มออร่าให้ผิวแต่มีงบจำกัด เพราะใช้ปริมาณน้อยกว่า จึงมักมีราคาถูกกว่าการดริปวิตามิน

แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุด คือการเลือกทำกับคลินิกที่ไว้ใจได้ เหมือนที่ Aura Bangkok Clinic ซึ่งมีแพทย์เป็นผู้ดูแลการดริปผิวอย่างใกล้ชิด มีสูตรวิตามินผิวให้เลือกอย่างหลากหลาย ราคาน่ารักฉีดแล้วเห็นผลจริง มีความปลอดภัย อยากกู้ผิวโทรม ลดความคล้ำเสีย ทักมาจองคิวหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชม.


คำถามที่พบบ่อย

Q: ดำกรรมพันธุ์ ดริปผิว ผิวจะขาวขึ้นไหม

A: ร่างกายแต่ละคนจะเห็นผลได้ไม่เร็วเท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งกรรมพันธุ์และการดูแลตัวเอง ทำให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละคน สำหรับคนที่มีเม็ดสีเมลานินจำนวนมาก ต้องการปรับสีผิวให้สว่างขึ้นจากเดิม ควรดริปผิวอย่างต่อเนื่อง 5-10ครั้งขึ้นไป ดริปต่อเนื่องทุกอาทิตย์ในช่วงแรก และดริปต่อเนื่องเดือนละ 1-2 ครั้งควบคู่กับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ

วิตามินหลายๆ ชนิดที่อยู่ในวิตามินดริปผิว ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและกลูตาไธโอนตามกระบวนการธรรมชาติ วิตามินมีส่วนช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีของเซลล์ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำ จึงทำให้ผิวสุขภาพดีขึ้น เมื่อผิวแข็งแรงจากภายใน ผิวจึงเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้นนั่นเอง

Q : หลังเติมวิตามินให้ผิวมีโอกาสกลับมาคล้ำอีกไหม

A : หลังเติมวิตามินผิวจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แต่ก็อาจกลับมาคล้ำได้เหมือนกัน เพราะเมื่อผิวโดนแดดแรงๆ ร่างกายจะผลิตเม็ดสีเมลานินออกมา ผิวจึงกลับมาหมอง ผิวกลับไปเป็นเฉดเดิมได้ ไม่เกี่ยวกับการหยุดดริปผิวแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อผิวที่กระจ่างใสยาวนาน ปรับสีผิวให้เห็นผลชัดเจนมากที่สุด ควรดริปผิวและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

Q : หลังดริปวิตามิน ผิวจะบางลงไหม

A : การดริปวิตามินผิว ไม่ได้ทำให้ผิวบางลงแต่อย่างใด และไม่ได้ทำให้โครงสร้างผิวอ่อนแอลง แต่ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นจากภายใน จึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส ดูอิ่มฟู เปล่งปลั่ง

Q : ดริปผิวกับฉีดวิตามินผิว มีผลข้างเคียงไหม?
A : ดริปผิวกับฉีดวิตามินผิวเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย ถ้าทำโดยแพทย์ที่ผ่านการเทรนด์เป็นอย่างดี ในคลินิกที่มีมาตรฐาน และใช้วิตามินคุณภาพดี ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ รอยช้ำเข็ม ซึ่งหายได้เองใน 7-14 วัน ไม่อันตราย หรือบางคนอาจมีอาการแพ้ มีผื่นคัน แต่เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อย

อ้างอิง

Skin Whitening & Lightening IV Drip Therapy. (n.d.). Fresh Treatments. https://freshtreatments.com.au/skin-whitening-iv-therapy/

What Is IV Therapy? Definition, Benefits, Types. (n.d.). ivboost. https://ivboost.uk/about/what-is-iv-therapy-definition-benefits-types/

ผ่อนบัตรเครดิต ออร่า คลินิก

โปรโมชั่นประจำเดือนนี้

ปรึกษาคุณหมอฟรี

บทความอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใ…

อ่านต่อ

ใบหน้าหมองคล้ำ ไม่มีออร่า ผิวซีด ผิวเหลือง สีผิวไม่เท่า…

อ่านต่อ

เทรนด์การดูแลสุขภาพ ดูแลผิวหน้า บำรุงผิวกาย เป็นเทรนด์ท…

อ่านต่อ

เทรนด์การดูแลผิวและสุขภาพมาแรง จนทำให้คนหันมาสนใจการบำร…

อ่านต่อ

หลายคนที่ดริปวิตามินหรือฉีดวิตามินผิวอาจมีคำถามหรือความ…

อ่านต่อ
อ่านบทความอื่น ๆ

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยเปิดโลกาสให้พนักงาม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบุคคลภายบอกแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดติดต่อได้ ส่งมายังช่องทาง รับเรื่องดังนี้

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

hr@arwn.co
ไปรษณีย์
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร

เลขานุการบริษัท

whistle@arwn.co
ไปรษณีย์
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นควานลับที่สุด และนี้ร้องเรียนสามารกร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้อง เรียน เว้นแต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้บริษัทสามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้