Key Takeaways
เปรียบเทียบโปรแกรม PRP, Exosome และ Juvelook ซึ่งความแตกต่างของแต่ละโปรแกรมคือด้านกลไกการทำงานร่วมกับผิว โดยโปรแกรม PRP จะใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นเพื่อฟื้นฟูเซลล์ผิวให้เปล่งปลั่ง, โปรแกรม Exosome โดดเด่นในการลดการอักเสบและซ่อมแซมผิวระดับลึก เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และโปรแกรม Juvelook ซึ่งเป็น Hybrid Skin Booster ผสาน PDLLA และ HA ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอิ่มฟู แก้ปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้าง โดยให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 12 เดือน การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยสามารถขอรับคำปรึกษาและประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดได้ที่ Aura Bangkok Clinic
เทรนด์งานผิวในปัจจุบันมีตัวเลือกสกินบูสเตอร์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป แต่ในการตัดสินใจทำสวยสักหนึ่งหัตถการ การเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังทำเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเปรียบเทียบระหว่างโปรแกรม PRP VS โปรแกรม Exosome VS โปรแกรม Juvelook ซึ่งเป็นการทำ Skin Booster ที่มีกลไกการฟื้นฟูผิวที่ไม่เหมือนกัน ส่วนตัวไหนจะเหมาะกับผิวคุณ ออร่าบอกเลยว่าบทความนี้มีคำตอบ
เจาะลึกกลไกการทำงานของโปรแกรม PRP, โปรแกรม Exosome และโปรแกรม Juvelook
ก่อนที่จะไปดูผลลัพธ์ ลำดับแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่าแต่ละตัวมี “กลไก” ในการทำงานอย่างไร เพราะเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผิวของคุณได้รับการฟื้นฟูที่ตรงจุด
โปรแกรม PRP (Platelet-Rich Plasma) ฟื้นฟูผิวด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น
เป็นหัตถการที่ใช้ส่วนประกอบจากเลือดของผู้รับบริการในการดูแลผิว โดยแพทย์จะทำการเจาะเลือดของคุณออกมาเพียงเล็กน้อย แล้วนำไปผ่านกระบวนการปั่นแยกด้วยเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูง เพื่อให้ได้เกล็ดเลือดเข้มข้นที่มีส่วนประกอบสำคัญสำหรับใช้ในการทำหัตถการ และเมื่อฉีดกลับเข้าไปในผิว สารเหล่านี้มีส่วนช่วยในการฟื้นบำรุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและชุ่มชื้นขึ้น
โปรแกรม Exosome (เอ็กโซโซม) ลดการอักเสบระดับลึก
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลผิว เอ็กโซโซมคือถุงขนาดนาโนที่บรรจุสารชีวโมเลกุลมากกว่าพันชนิด เช่น mRNA, miRNA และโปรตีนต่าง ๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็น “เมสเซนเจอร์” คอยส่งสัญญาณสั่งการให้เซลล์ผิวรอบ ๆ ฟื้นฟูตัวเอง อาจมีส่วนช่วยในการดูแลสภาพผิว และใช้ในหัตถการเพื่อการดูแลผิวตามดุลยพินิจของแพทย์
โปรแกรม Juvelook (จูวีลุค) กระตุ้นคอลลาเจน เติมความอิ่มฟูให้ผิว
โปรแกรม Juvelook เป็นหัตถการประเภท “Hybrid Skin Booster” ที่รวมเอาสาร PDLLA (Poly-D, L-Lactic Acid) ทำหน้าที่กระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง และ HA (Hyaluronic Acid) แบบ Non-Crosslinked ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นทันที กลไกนี้ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม ริ้วรอย และรูขุมขนกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือไฮโดรเจลของ HA ช่วยให้ตัวยายึดเกาะผิวได้ดี ไม่เป็นก้อน และ “ไม่ต้องนวดหน้า” หลังฉีด
เปรียบเทียบโปรแกรม PRP, โปรแกรม Exosome และโปรแกรม Juvelook ด้านผลลัพธ์และความเหมาะสม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ออร่าได้มาทำการเปรียบเทียบโปรแกรม PRP, โปรแกรม Exosome และโปรแกรม Juvelook ในแง่มุมต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้บริการจริงมาฝากกัน
ความแตกต่างด้านการแก้ปัญหาหลุมสิวและรูขุมขน
หากพูดถึงปัญหาหลุมสิวหรือรูขุมขนกว้าง ความแตกต่างของโปรแกรม PRP กับโปรแกรม Exosome และโปรแกรม Juvelook จะเริ่มชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำโปรแกรม Juvelook เพราะในขณะที่โปรแกรม PRP และ Exosome จะเน้นไปที่การซ่อมแซมเซลล์และลดการอักเสบเพื่อช่วยให้ผิวค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น แต่ Juvelook มีความโดดเด่นอย่างมากในการเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยพลังของ PDLLA ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้หลุมสิว ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นและรูขุมขนเล็กลงได้อย่างรวดเร็วกว่าการทำ PRP เพียงอย่างเดียว
การฟื้นฟูความชุ่มชื้นและสร้างเกราะป้องกันผิว
สำหรับใครที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านหรือผิวแพ้ง่าย โปรแกรม Exosome จะได้เปรียบในเรื่องการลดการอักเสบและคืนความสมดุลให้ปราการผิว เหมาะมากสำหรับคนที่เป็นสิวผดหรือผิวติดสาร แต่หากต้องการความ “ฉ่ำวาว” และอิ่มน้ำแบบเร่งด่วน โปรแกรม Juvelook จะได้เปรียบจากการมีส่วนผสมของ HA ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวไปพร้อมกับการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว ทำให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
ระยะเวลาการเห็นผลและการคงสภาพของผลลัพธ์
- โปรแกรม PRP : อาจต้องทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง และผลลัพธ์มักจะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและคุณภาพเลือด
- โปรแกรม Exosome : เห็นผลเรื่องความกระจ่างใสและผิวที่เนียนนุ่มได้ค่อนข้างเร็วใน 1-2 สัปดาห์ และคงสภาพได้ดีหากทำต่อเนื่อง
- โปรแกรม Juvelook : การเห็นผลจะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ หลังฉีดทันที ผิวจะดูมีวอลลุ่มขึ้นจาก HA ต่อมา 2-4 สัปดาห์ PDLLA จะเริ่มกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยจางลง และ ช่วง 6 เดือน คอลลาเจนจะถูกสร้างอย่างเต็มที่ ผิวจะฟูเด้ง รอยแตกลายจางลง โดยผลลัพธ์นี้จะคงสภาพยาวนานถึง 12 เดือน (เมื่อฉีดต่อเนื่องครบ 3 ขวด ห่างกันเดือนละ 1 ครั้ง)
ฟื้นคืนสมดุลผิว ทวงออร่าผิวโกลว์ อิ่มฟู แลดูเรียบเนียนด้วยโปรแกรม Juvelook ที่ Aura Bangkok Clinic
เติมเต็มความมั่นใจ คืนผิวอิ่มฟูเรียบเนียนด้วยโปรแกรม Juvelook ที่ Aura Bangkok Clinic พร้อมสัมผัสประสบการณ์การฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่ดูแลโดยแพทย์ออร่า ที่จะให้บริการปรึกษาและประเมินสภาพผิวแบบละเอียด ฟรี ! ทุกสาขา เพื่อวางแผนการดูแลผิวให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
กู้ผิวโทรมให้กลับมาเรียบเนียนอิ่มฟูและดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถสอบถามรายละเอียด รวมถึงโปรโมชันเพิ่มเติม หรือจองคิวเข้ารับบริการผ่านระบบ Self-Booking ได้ทันทีที่ LINE Official: @botox (มี @ นำหน้า)
*พิเศษ ! สำหรับลูกค้าใหม่รับฟรีโปรแกรมฉีดหน้าใส Aura Bright จำนวน 2 เข็ม ทันทีเมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,600 บาทขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างโปรแกรม PRP กับ Exosome และ Juvelook (FAQs)
Q: เลือกโปรแกรม Skin Booster ตามสภาพผิว อย่างไรให้ตอบโจทย์ที่สุด ?
A : การเลือกโปรแกรมสกินบูสเตอร์ ควรพิจารณาจากปัญหาผิวของตนเองเป็นสำคัญ โดยสามารถแยกได้ ดังนี้
- ผิวแห้งกร้าน มีริ้วรอย หรือหลุมสิว : เหมาะกับโปรแกรม Juvelook เพราะมี PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ HA พร้อมช่วยเติมเต็มร่องลึก กระตุ้นคอลลาเจน และเบลอริ้วรอยได้ดี
- ผิวแพ้ง่าย อักเสบบ่อย ผิวติดสาร : เหมาะกับ Exosome เนื่องจากมีความโดดเด่นในการลดการอักเสบและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง
- ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง ต้องการการบำรุง : เหมาะกับ PRP เพื่อใช้เกล็ดเลือดฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
Q: สรุปแล้ว โปรแกรม PRP, Exosome และ Juvelook ตัวไหนดีกว่ากัน ?
A: ไม่มีตัวไหนดีที่สุด เพราะแต่ละตัวตอบโจทย์ต่างกัน หากเน้นการบำรุง ปรับผิวให้สม่ำเสมอให้เลือกโปรแกรม PRP, หากเน้นซ่อมแซมผิวพัง ผิวอักเสบ ให้เลือกโปรแกรม Exosome แต่หากต้องการให้ผิวฟูเด้ง ฉ่ำเงา รูขุมขนกระชับ และเห็นผลยาวนานถึง 12 เดือน โปรแกรม Juvelook คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
Q: สามารถฉีดโปรแกรม Juvelook ควบคู่กับโปรแกรม Exosome ในครั้งเดียวกันได้หรือไม่ ?
A: สามารถฉีดร่วมกันได้ กลไกของทั้งสองตัวจะเสริมประสิทธิภาพกัน โดยโปรแกรม Exosome จะไปช่วยเตรียมเซลล์ผิวให้แข็งแรงและลดการอักเสบ ส่วนโปรแกรม Juvelook จะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนและเพิ่มวอลลุ่มให้ผิว ทำให้ได้ผลลัพธ์งานผิวที่สมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อนทำ
Q: หลังฉีดโปรแกรม Juvelook จะมีอาการบวมไหม และต้องนวดหน้าหรือเปล่า ?
A: หลังฉีดอาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยเข็มซึ่งจะยุบไปเองใน 24-48 ชั่วโมง ข้อดีที่โดดเด่นของโปรแกรม Juvelook คืออนุภาคจับตัวกันได้ดี ไม่เป็นก้อน จึงไม่ต้องนวดหน้าหลังฉีด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
Q: โปรแกรม Juvelook ควรฉีดกี่ขวดถึงจะเห็นผลชัดเจน ?
A: ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว หากมีริ้วรอยบาง ๆ หน้าแห้ง สามารถใช้ 1 ขวด แต่หากมีปัญหาริ้วรอยชัดเจน ใต้ตาลึก รูขุมขนกว้าง หรือมีหลุมสิว แนะนำให้ฉีด 2-3 ขวด โดยฉีดครั้งละ 1 ขวด ต่อเนื่องกันเดือนละครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน
Q: มีข้อควรระวังหรือใครที่ไม่ควรฉีดสกินบูสเตอร์เหล่านี้บ้าง ?
A: กลุ่มที่ไม่แนะนำให้รับบริการคือ สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีแผลติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะฉีด และสำหรับผู้ที่ต้องการทำ PRP หากมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเลือดหรือเกล็ดเลือดผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนเสมอ












