Key Takeaways
ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยเกิดจากการลดลงของคอลลาเจน การยุบตัวของกระดูก และการสะสมของไขมัน พร้อมแนะนำ 4 วิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด ได้แก่ การทำ Ulthera (ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS), Thermage (เพิ่มความแน่นกระชับและปรับคุณภาพผิว), HIFU (ทางเลือกเริ่มต้น เจ็บน้อย) และ Filler & Botox (ปรับโครงสร้างและคลายกล้ามเนื้อ) ทุกวิธีใช้เวลาพักฟื้นสั้น ทั้งนี้ควรเข้ารับการประเมินปัญหาผิวกับแพทย์เพื่อเลือกโปรแกรมการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมที่สุด
ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือที่เรียกกันว่า “หน้าห้อย” เป็นปัญหากวนใจที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนอยากกู้คืนใบหน้าที่ตึงกระชับและดูเด็กขึ้น แต่ยังมีความกังวลเรื่องความเจ็บปวดหากเลือกวิธีทำศัลยกรรม แถมไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นนานด้วย
แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีความงามพัฒนาไปไกลมาก และมีนวัตกรรมมากมายที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน สำหรับใครที่กำลังอยากทำสวยให้กรอบหน้าเป๊ะ ออร่าจะพาไปดูตัวเลือกทรีตเมนต์ยกกระชับไม่ใช้มีด ว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่น่าสนใจ และควรเลือกทำอะไรดีเพื่อคืนความมั่นใจให้กรอบหน้ากลับมาเป๊ะอีกครั้ง
เช็กสัญญาณเตือน “หน้าห้อย” เกิดจากอะไร ?
ก่อนที่จะไปเจาะลึกถึงวิธีการรักษา ออร่าจะพาไปทำความเข้าใจถึงต้นเหตุของปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้ากันก่อน เพื่อให้แต่ละคนสามารถเลือกวิธีการดูแลได้อย่างถูกต้อง ไม่เสียเงินไปกับวิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัดที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของตัวเอง
- คอลลาเจนและอีลาสตินลดลงตามวัย : เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินได้น้อยลง ทำให้โครงสร้างผิวที่เคยยืดหยุ่นและเต่งตึงเริ่มสูญเสียความกระชับ เกิดเป็นริ้วรอยและผิวที่หย่อนคล้อย ผิวไม่กระชับ
- การยุบตัวของกระดูกและโครงสร้างชั้นลึก : เมื่ออายุมากขึ้น มวลกระดูกบนใบหน้า (เช่น บริเวณเบ้าตา โหนกแก้ม และขากรรไกร) จะเริ่มเกิดการยุบตัว ทำให้ไม่มีโครงสร้างคอยพยุงผิวชั้นบน ผิวจึงห้อยตกลงมาทำให้เกิดร่องแก้มและร่องน้ำหมากที่ชัดเจน
- ไขมันสะสมและเคลื่อนตัว : Baby Fat ที่เคยเกาะกลุ่มกันอย่างสวยงามในวัยเด็ก จะเริ่มลดลง ไขมันส่วนเกินจะเริ่มสะสมบริเวณช่วงล่างของใบหน้า เช่น บริเวณเหนียงใต้คาง หรือกรอบหน้า ทำให้หน้าดูบาน กรอบหน้าไม่ชัดเจน
รวมวิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด (Non-Surgical Face Lift)
หากคุณกำลังมองหาวิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด ปัจจุบันมีโปรแกรมการรักษาที่หลากหลาย ซึ่งทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกัน ดังนี้
โปรแกรม Ulthera (อัลเทอร่า) นวัตกรรมยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS
โปรแกรม Ulthera เป็นเครื่องยกกระชับเทคโนโลยีที่ใช้คลื่น Micro-Focused Ultrasound with Visualization: MFU-V ยิงลงไปใต้ชั้นผิว จุดเด่นคือสามารถส่งพลังงานลงลึกได้ถึงชั้นผิวรอยต่อของกล้ามเนื้อ หรือชั้น SMAS ที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า การทำ Ulthera จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวแน่น แลดูยกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก

2. โปรแกรม Thermage (เทอร์มาจ) สลายไขมันพร้อมคืนความแน่นกระชับ
Thermage ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งผ่านความร้อนลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ความร้อนจะเข้าไปช่วยจัดระเบียบเส้นใยคอลลาเจนเดิมที่หย่อนคล้อยให้หดตัวและเกลียวแน่นขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ โปรแกรมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหลวม มีไขมันสะสมบริเวณแก้มหรือเหนียง เพราะสามารถช่วยให้ผิวแน่นเฟิร์มและปรับคุณภาพผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น
3. โปรแกรม HIFU / Ultraformer (ไฮฟู่) ทางเลือกเริ่มต้นสำหรับคนผิวเริ่มหย่อนคล้อย
HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) ทำงานด้วยหลักการคลื่นเสียงความถี่สูงเช่นเดียวกับ Ulthera แต่มีระดับพลังงานที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละยี่ห้อ เช่น Ultraformer III เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่าย เจ็บน้อย และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระยะเริ่มต้น หรือต้องการเก็บกระเปาะแก้ม และยกกรอบหน้าให้ดูชัด

4. สารเติมเต็มและปรับรูปหน้า (Filler & Botox Lifting)
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (Filler) : เป็นการใช้สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid ฉีดเข้าไปเพื่อทดแทนกระดูกที่ยุบตัว หรือพยุงเส้นเอ็นบนใบหน้า ช่วยยกหน้าในมิติของโครงสร้าง (Structural Lifting)
- โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ (Botox Lifting) : เทคนิค Dermo-lift หรือการฉีดโบท็อกซ์บริเวณกรอบหน้า เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงผิวลง (Depressor muscles) ส่งผลให้กล้ามเนื้อที่ดึงผิวขึ้นทำงานได้ดีกว่า ทำให้กรอบหน้าดูชัดเจนขึ้น
เปรียบเทียบวิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด แบบไหนเหมาะกับใคร ?
| โปรแกรม | จุดเด่นการรักษา | เหมาะกับใคร ? | ระยะเวลาพักฟื้น |
| Ulthera | ยกกระชับชั้นกล้ามเนื้อลึก (SMAS) ช่วยให้หน้าแลดูยกขึ้น | ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หน้าห้อย กรอบหน้าไม่ชัด | พักฟื้นระยะสั้น |
| Thermage | เน้นให้ผิวแน่นเฟิร์ม (Skin Tightening) และสลายไขมัน | ผู้ที่มีผิวหลวม ย้วย มีไขมันที่แก้มหรือเหนียง รูขุมขนกว้าง | พักฟื้นระยะสั้น |
| HIFU | ยกกระชับผิวชั้นลึกในระดับเริ่มต้น เข้าถึงง่าย เจ็บน้อย | ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย หรือวัย 20 ปลาย ๆ ที่ต้องการป้องกันความหย่อนคล้อย | พักฟื้นระยะสั้น |
| Filler / Botox | ปรับโครงสร้างใบหน้า ทดแทนกระดูกที่ยุบตัว คลายกล้ามเนื้อ | ผู้ที่มีร่องลึกชัดเจน (ร่องแก้ม ร่องใต้ตา) มีริ้วรอยถาวร กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หรือต้องการกรอบหน้าเป๊ะ | พักฟื้นระยะสั้น |
ครอบคลุมทุกการดูแลเพื่อกู้คืนกรอบหน้าเป๊ะที่ Aura Bangkok Clinic ปัญหาหน้าห้อย สามารถยกกระชับผิวลึกถึงชั้นโครงสร้างด้วยโปรแกรมทำ Ulthera Prime สร้างกรอบหน้าให้ชัดทุกมุมมองโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด เริ่มต้นปรึกษาและประเมินสภาพผิวกับแพทย์ออร่า ไม่มีค่าใช้จ่าย ปรึกษาฟรีทุกสาขา เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลมากที่สุด
*พิเศษ ! สำหรับลูกค้าใหม่รับฟรีโปรแกรมฉีดหน้าใส (Aura Bright) จำนวน 2 เข็ม ทันทีเมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,600 บาทขึ้นไป
จองคิวเข้ารับบริการผ่านระบบ Self-Booking หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับหน้าด้วยเครื่อง Ultera และราคาโปรโมชันต่าง ๆ ได้ที่ LINE Official: @botox (มี @ นำหน้า) พร้อมเข้ารับการประเมินผิวเบื้องต้นกับแพทย์ได้ที่ออร่าทุกสาขาใกล้บ้าน
ข้อมูลอ้างอิง
- Advances in Anti-aging Procedures: A Comprehensive Review of Surgical and Non-surgical Rejuvenation Techniques. สืบค้นเมื่อ 5 มิถุนายน 2569. จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12535610/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธียกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด (FAQs)
Q: เลือกทรีตเมนต์ Face Lifting แบบไม่ผ่าตัดอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง ?
A: การเลือกทรีตเมนต์ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักของปัญหา หากคุณมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยจากชั้นกล้ามเนื้อ หัตถการอย่าง Ulthera หรือ HIFU จะตอบโจทย์ได้ดี แต่หากปัญหาหลักคือผิวหลวมย้วยและมีไขมันสะสม การทำ Thermage จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม การให้แพทย์ช่วยประเมินโครงสร้างใบหน้าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด
Q: ยกกระชับหน้าแบบไม่เจ็บตัว มีจริงไหม ?
A: การยกกระชับหน้าอาจมีความรู้สึกเจ็บได้บ้าง ตามลักษณะผิวของแต่ละบุคคล ทว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาให้ผู้รับบริการรู้สึกสบายผิวมากขึ้น นอกจากนี้ คลินิกยังมีระบบการจัดการความเจ็บปวด เช่น การทายาชา หรือการประคบเย็น เพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกระหว่างทำ
Q: หลังทำทรีตเมนต์ยกกระชับ ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน ?
A: ข้อดีของวิธียกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัดคือ ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยหรือพักฟื้นระยะสั้น ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือแต่งหน้าได้ตามปกติทันทีหลังทำ อาจมีอาการแดงหรือบวมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือสองสามวัน
Q: ผลลัพธ์จากการยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด อยู่ได้นานแค่ไหน ?
A: ผลลัพธ์และระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามประเภทของโปรแกรมและสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปโปรแกรมอย่าง Ulthera และ Thermage ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ส่วน HIFU อาจจะต้องกลับมาทำซ้ำทุก ๆ 6-12 เดือน เพื่อรักษาความตึงกระชับของกรอบหน้าให้ดูดีอย่างต่อเนื่อง













