หน้าโทรม ผิวคล้ำเสีย ดูมีอายุ ปัญหาผิวที่ทำให้ใครหลายคนไม่มั่นใจในตัวเอง แก้ได้ด้วยการทำเมโสหน้าใส โปรแกรมบำรุงผิวยอดฮิตที่มีจุดเด่นด้านการฟื้นฟูผิว เห็นผลไว ช่วยลดจุดด่างดำ รอยดำรอยแดง ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แต่เมโสหน้าใสคืออะไร ต่างจากฉีดเมโส 16 จุดยังไง อันตรายไหม มีขั้นตอนการทำยังไง บทความนี้ได้รวบรวมเรื่องที่ควรรู้เอาไว้ให้แล้ว
เมโสสะกิดเมโสหน้าใส คืออะไร?
เมโสสะกิดหน้าใส คือ การใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษ สะกิดตัวยาไปที่ผิวหนังเบา ๆ ถี่ ๆ เพื่อเติมสารบำรุงหรือวิตามินที่มีประโยชน์เข้าสู่ชั้นผิว กระตุ้นให้ผิวเกิดการซ่อมแซมตัวเอง กระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ทำให้ผิวแข็งแรง กระจ่างใส หน้าอิ่มฟู ดูสุขภาพดีมากขึ้น
การฉีดเมโสสะกิดหน้าใส จะเห็นผลเร็วกว่าการทาครีม แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดของอุปกรณ์ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ โดยเฉพาะกรณีเมโสสะกิดหน้าใสแบบทําเองหรือทำกับหมอกระเป๋า เสี่ยงได้รับสารอันตราย ติดเชื้อ หน้าพัง ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มกับราคาที่จ่าย ถ้าไม่อยากเสี่ยงกับผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน ควรทำเมโสสะกิดหน้าใสกับแพทย์ในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น
เมโสสะกิดหน้าใสช่วยอะไรบ้าง?
การทำเมโสสะกิดหน้าใส หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าฉีดหน้าใส เป็นการฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง จึงช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ดังนี้
- ผิวขาวกระจ่างใส : ช่วยบำรุงผิว ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้สีผิวสม่ำเสมอ ลดเลือนรอยดำ รอยแดง และช่วยให้หน้ามีออร่า
- เพิ่มความชุ่มชื้น : เติมน้ำให้ผิวอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวอิ่มฟู นุ่มเด้ง ไม่แห้งกร้าน
- กระชับรูขุมขน : ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง ผิวหน้าเรียบเนียนละเอียดขึ้น
- ลดปัญหาสิว : การฉีดเมโสหน้าใส จะช่วยขับสารพิษสะสมในผิว ลดปัญหาสิวอักเสบ สิวผด และลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วย
ใครบ้างที่ควรฉีดเมโสสะกิดหน้าใส?
การสะกิดหน้าใส เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลากหลายรูปแบบ ดังนี้
- คนที่มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
- คนที่ต้องการวิธีทำให้หน้าใสอย่างเร่งด่วน
- คนที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ หน้าลอกเป็นขุย ระคายเคืองง่าย
- คนที่อยากมีผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ผิวเนียนนุ่มดูสุขภาพดี
- คนที่ต้องการฟื้นฟูคอลลาเจน เพื่อให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และลดริ้วรอยตื้น ๆ บนผิว กระชับรูขุมขน
- คนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น แต่ต้องการกู้หน้าโทรม ดูแลผิวแบบล้ำลึกยิ่งขึ้น
เมโสสะกิดหน้าใส ยี่ห้อไหนดี?
ปัจจุบัน ตลาดเมโสสะกิดหน้าใสมีผลิตภัณฑ์หลากหลายสูตรให้เลือก หรือบางคลินิกก็อาจมีสูตรเป็นของตัวเอง ซึ่งจะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป มาดูกันว่ามีสูตรไหนที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมอยู่บ้าง ดังนี้
- MADE Collagen หรือ มาเด้คอลลาเจน เป็นวิตามินที่นิยมใช้ฉีดแบบสะกิดเน้นการขับสารพิษและของเสียออกจากผิว ช่วยปรับสมดุลผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง ลดการอักเสบและการเกิดสิว หน้ากระจ่างใส อิ่มน้ำ แต่งหน้าติดทนขึ้น
- Channel หรือชาแนล เป็นตัวยาเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยม ยี่ห้อที่ได้รับความนิยมคือ ChanelL’ebss จากเกาหลี มีส่วนผสมของสารสกัดจาก Pink yeast เปปไทด์ 14 ชนิดและสารบำรุงผิวอื่นๆ ช่วยปรับสมดุลผิว เพิ่มความชุ่มชื่น ผิวกระจ่างใส
- Exosome เป็นสารชีวโมเลกุลขนาดเล็ก กว่าพันชนิดรวมกัน สารตัวสำคัญๆ ได้แก่ Growth Factor, เปปไทด์, กรดอะมิโน, HA และอื่นๆ อีกมากมาย ช่วยฟื้นฟูผิว กระตุ้นเซลล์ผิว ลดการอักเสบ สมานแผล ปลอบประโลมผิว ปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น โดย exosome สามารถฉีดได้ทั้งแบบสะกิด และฉีดลงไปใต้ผิวหนัง
ถึง Aura Bangkok Clinic จะไม่มีโปรแกรมเมโสสะกิดหน้าใส แต่มีโปรแกรมฉีดหน้าใสหลากหลายโปรแกรมที่ให้ผลลัพธ์เหมือนกับเมโสสะกิดหน้าใส ในราคาที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่หลากหลายของแต่ละเคส
- Yoshi Signature Glow โปรแกรมหน้าใสสูตรเฉพาะของ Aura Bangkok Clinic ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นตัวจบสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวขั้นสุด ช่วยปรับโทนสีผิวให้สว่างใส ฉ่ำเงา ผิวเนียนเด้งดูสุขภาพดีเหมือนดารา
- Intensive Skin Repair สูตรนี้เน้นการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกด้วยเทคโนโลยี Micro needle ช่วยลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน รักษาหลุมสิวให้ดูตื้นขึ้น หน้าเนียนเด้ง กระจ่างใส ผิวสวยเล่นแสง
- Aura Bright วิตามินหน้าใสสูตรเข้มข้น (Vitamin Antioxidant) จะเน้นการปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างตรงจุด ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว และความหมองคล้ำ หน้าดูสว่างขึ้น
- Acne Solution สูตรสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ ตัวยาจะเข้าไปช่วยลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง และลดการเกิดสิวใหม่ได้ดี
- MADE Collagen หรือ มาเด้คอลลาเจน ที่ออร่า จะใช้เทคนิคการฉีดแบบ 16 จุดตามต่อมน้ำเหลือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายตัวยา เน้นการขับสารพิษและของเสียออกจากผิว ช่วยปรับสมดุลผิว ฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง ลดการอักเสบและการเกิดสิว หน้ากระจ่างใส อิ่มน้ำ แต่งหน้าติดทนขึ้น
- Juvelook เป็นหนึ่งในกลุ่ม Skin Booster ที่มีส่วนผสมทั้ง PDLLA และ HA ในตัวเดียวกัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน พร้อมเติมเต็มผิวให้แน่นฟู ลดเลือนริ้วรอย หลุมสิว กระชับรูขุมขน และบูสต์ผิวกระจ่างใส
- Rejuran HB Plus หรือรีจูรันกล่องแดง เน้นการฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพอย่างล้ำลึก ช่วยเสริมเกาะป้องกันผิว เพิ่มความชุ่มชื้น หน้าอิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์ ผิวเนียนละเอียด แต่งหน้าติดทนยิ่งขึ้น
เมโสสะกิดหน้าใส กี่วันเห็นผล?
ฉีดเมโสสะกิดหน้าใส กี่วันเห็นผล? หลังฉีดเมโสสะกิด ผิวจะเริ่มดูสดใส ชุ่มชื้น ผิวเนียนละเอียด ดูอิ่มฟูขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 2-4 สัปดาห์ ส่วนคำถามว่า เมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน? ระยะเวลาของผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 2-4 สัปดาห์ และอาจอยู่ได้นานขึ้น เมื่อฉีดต่อเนื่อง
ฉีดเมโสสะกิดหน้าใสกี่ครั้งเห็นผล?
การฉีดเมโสสะกิดหน้าใสให้เห็นผลชัดเจน ลดรอยดำ รอยแดงจากสิว ปรับผิวกระจ่างใส แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไป โดยในช่วงแรกให้สะกิดเมโสทุก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นฟูอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง จากนั้นสามารถเว้นระยะห่างในการทำได้ตามคำแนะนำของแพทย์
วิธีการเตรียมตัวก่อน หลังฉีดเมโสสะกิดหน้าใส
วิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสสะกิดหน้าใส
- ศึกษาข้อมูลคลินิกที่ต้องการเข้ารับบริการเมโสสะกิดหน้าใสอย่างละเอียด
- แจ้งให้แพทย์ทราบประวัติการแพ้ยา แพ้อาหารเสริม ยาที่ใช้เป็นประจำ หรือโรคประจำตัวทุกชนิด
- เข้ารับการประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์ เพื่อเลือกสูตรเมโสให้เหมาะกับแต่ละคน
- งดแต่งหน้าในวันที่เข้ารับบริการ
วิธีการดูแลหลังฉีดเมโสสะกิดหน้าใส
- งดการแต่งหน้า หรือทาครีมที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, วิตามินเอ เป็นเวลา 1-2 วัน เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคือง
- งดการขัด ถู หรือสครับผิว จนกว่ารอยแดงหรือตุ่มเข็มจะหายดี
- ทาครีมกันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด พร้อมสังเกตอาการหลังฉีด meso หน้าใส ถ้ามีผลข้างเคียงอื่นนอกจากรอยแดง รอยเข็ม ควรปรึกษาแพทย์
ฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงหรือเปล่า?
โดยทั่วไป เมโสสะกิดหน้าใส เป็นหัตถการที่ค่อนข้างมีความปลอดภัย ถ้าใช้ตัวยาที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ แต่หลังทำอาจเกิดอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น รอยแดง ระคายเคืองผิว และมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ตามจุดฉีด อาการเหล่านี้สามารถหายได้เองภายใน 1–3 วัน แต่ถ้าเกิดอาการบวมแดงผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
กังวลเรื่องผลข้างเคียง อยากรู้ว่าฉีดแล้วหน้าบวมนานไหม อ่านเพิ่มเติมที่ : ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมกี่วัน
ฉีดเมโสสะกิดหน้าใสเจ็บไหม?
ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับแต่ละคน อาจรู้สึกหน่วง ๆ ระหว่างฉีดอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิด เพราะฉีดเมโสสะกิดหน้าใสจะใช้เข็มขนาดเล็กมากสะกิดบนผิวชั้นตื้นเท่านั้น และทางคลินิกจะทายาชาไว้ก่อนทำ และประคบน้ำแข็งระหว่างทำ ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสบายผิวขึ้นจนแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย
สรุป
เมโสสะกิดหน้าใส เป็นทางลัดสู่ผิวสวยใส ด้วยการใช้เข็มสะกิดตัวยาลงผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิวให้แข็งแรง หน้าอิ่มน้ำฉ่ำวาว และปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างรวดเร็ว
มีปัญหาผิวหมอง ผิวไม่มีออร่า รอยสิวบุก รอยดำรอยแดงกวนใจ อยากหน้าใส ผิวฉ่ำวาว Glass skin ปรึกษาแพทย์ได้ที่ Aura Bangkok Clinic ทุกสาขา เพื่อประเมินสภาพผิว ออกแบบการรักษาและเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่ใช่สำหรับผิวของแต่ละคน
คำถามที่พบบ่อย
Q : เมโสหน้าใส 16 จุดทั่วใบหน้า คืออะไร?
A : คือเทคนิคการฉีดเมโสเข้าสู่ผิวตามตำแหน่งต่อมน้ำเหลือง 16 จุด เพื่อกระจายตัวยาให้ทั่วถึง เห็นผลลัพธ์สม่ำเสมอทั่วทั้งใบหน้า และมีโอกาสช้ำน้อยกว่าเมโสสะกิดหน้าใส
Q: ข้อเสียของเมโสสะกิดหน้าใสคืออะไร?
A : ข้อเสียหลัก ๆ คือเป็นหัตถการที่ไม่ถาวร ต้องกลับไปฉีดซ้ำเป็นประจำเพื่อให้ผิวสวยยาวนาน และควรฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญ เข้าใจเทคนิคการสะกิดเมโสเป็นอย่างดี จะช่วยป้องกันการฉีดผิดชั้นผิว ซึ่งอาจส่งผลให้ตัวยามีประสิทธิภาพน้อยลง ฉีดแล้วเห็นผลไม่ชัดเจน
Q : ถ้าเคยทำเมโสแบบฉีดมาแล้ว ยังสามารถทำเมโสสะกิดหน้าใสซ้ำได้หรือไม่?
A : การจะทำเมโสหน้าใสแบบสะกิดซ้ำ หลังจากที่เคยทำเมโสแบบฉีดมาแล้วสามารถทำได้ แต่ความถี่ในการทำจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ โดยเฉพาะกรณีที่มีปัญหาผิวอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีสิวอักเสบรุนแรง หรือมีการใช้ยาทาผิวบางชนิดที่ทำให้ผิวบางลง แพทย์อาจแนะนำให้ชะลอการฉีดเมโสสะกิดออกไปก่อน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคืองหรือทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
อ้างอิง
Mesotherapy. (n.d.). Perfect Skin Solutions. https://perfectskinsolutions.co.uk/treatments/mesotherapy/
Bochenek, I.W., Rahnama, M., Wilczyńsk, S. & Wawrzyk, A. (2023, August 11). Quantitative Assessment of Hyperpigmentation Changes in Human Skin after Microneedle Mesotherapy Using the Gray-Level Co-Occurrence Matrix (GLCM) Method. MDPI. https://www.mdpi.com/2077-0383/12/16/5249





















