วิธีแก้ถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชาย ที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย

27/05/2026

Key takeaway

ปัญหาถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชายมักเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตา ไลฟ์สไตล์การพักผ่อนน้อย และคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย การแก้ไขด้วยทรีตเมนต์ทางการแพทย์จึงเป็นทางออกที่รวดเร็วและตรงจุดกว่าสกินแคร์ทั่วไป โดยมีทางเลือกยอดนิยมอย่างโปรแกรมฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึก โปรแกรมจูวีลุค เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน รวมถึงทำควบคู่กับโปรแกรม Ultraformer เพื่อช่วยยกกระชับความหย่อนคล้อย และฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กลับมาสดใสและแลดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ


“ดวงตา” คือจุดศูนย์กลางของใบหน้าที่สะท้อนความเหนื่อยล้าและอายุที่เพิ่มขึ้นได้ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะผู้ชายวัยทำงานที่มักเผชิญกับความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งถือเป็น สาเหตุตาบวมและตาคล้ำในผู้ชาย รวมถึงปัญหาร่องลึกที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมกว่าวัย 

การพึ่งพาสกินแคร์เพียงอย่างเดียวอาจแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุดและใช้เวลานาน การมองหาทรีตเมนต์รอบดวงตาสำหรับผู้ชายในคลินิกความงามโดยแพทย์ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยรักษาถุงใต้ตาผู้ชายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมคืนความสดใส และปรับภาพลักษณ์ให้ใบหน้ากลับมาดูสดชื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ปัญหาถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชาย สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการทำหัตถการจากแพทย์


ปัญหาถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชาย

ตาหวำ (Sunken Eyes) หรือที่หลายคนเรียกว่าตาโหล คือลักษณะที่ผิวหนังบริเวณใต้ตาดูบุ๋มหรือลึกลงไปจนเห็นส่วนโค้งของกระดูกเบ้าตาชัดเจน ซึ่งลักษณะนี้มักทำให้เกิดเงาดำใต้ตา ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมแลดูเหนื่อยล้า อิดโรย หรือดูมีอายุเกินกว่าวัย โดยสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายเผชิญกับปัญหาถุงใต้ตาและรอยคล้ำได้ง่าย มีดังนี้

ทำไมผู้ชายถึงมีปัญหาถุงใต้ตาและรอยคล้ำได้ง่ายกว่าที่คิด ?

ถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชาย เกิดจากสาเหตุใด สามารถรักษาได้ไหม ?

 

  • การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตามวัย : เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเกิดการยุบตัวของกระดูกเบ้าตาและการฝ่อตัวของไขมันใต้ตา ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดร่องลึกหรือตาหวำ ทำให้ใบหน้าแลดูอิดโรย
  • ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ : การพักผ่อนน้อย การสูบบุหรี่ หรือการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน ส่งผลต่อระบบการไหลเวียนเลือดรอบดวงตา ทำให้เส้นเลือดฝอยขยายตัวและเกิดเป็นเงาคล้ำสะสม
  • ผิวขาดความกระชับ : การลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) อ่อนแอ ผิวรอบดวงตาซึ่งมีความบอบบางอยู่แล้วจึงเกิดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น

อัปเดตทรีตเมนต์รอบดวงตาสำหรับผู้ชายที่ Aura Bangkok Clinic

เพื่อการรักษาถุงใต้ตาผู้ชายอย่างเหมาะสมที่ Aura Bangkok Clinic เราเป็นคลินิกความงามชั้นนำที่มีโปรแกรมฟื้นฟูหลากหลายรูปแบบ พร้อมตอบโจทย์ปัญหาบนใบหน้าของแต่ละคน ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาที่ขัดขวางความมั่นใจของหนุ่ม ๆ อย่าง “ปัญหาใต้ตาลึกโบ๋” สำหรับคนที่กำลังมองหาทางออก ออร่าขอแนะนำโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหารอบดวงตาโดยเฉพาะ ดังนี้

  • โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler) : ทางเลือกอันดับหนึ่งในการแก้ตาหวำชายที่คลินิก เพื่อช่วยดูแลปัญหาร่องน้ำตา โดยการใช้สารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid เข้าไปทดแทนชั้นไขมันและกระดูกที่ยุบตัว พร้อมกับช่วยเติมเต็มบริเวณที่เป็นร่องลึกให้ดูอิ่มฟูขึ้น ให้ผลลัพธ์ที่แลดูเป็นธรรมชาติ ภายใต้เทคนิคการฉีดของแพทย์ที่เน้นความกลมกลืน ไม่เป็นก้อน และช่วยลดเงาดำที่เกิดจากร่องลึก มั่นใจได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ ที่เป็นพาร์ตเนอร์กับบริษัทยาชั้นนำระดับโลก ให้บริการเต็มซีซี แกะกล่องให้ตรวจสอบก่อนทำทุกเคส
  • โปรแกรมจูวีลุค (Juvelook) : สารกระตุ้นคอลลาเจน (Hybrid Biostimulator) ที่ผสาน PDLLA และ HA เข้าด้วยกัน ช่วยกู้ผิวรอบดวงตาอย่างตรงจุด โดยอนุภาค PDLLA (ซึ่งมีข้อมูลทางการแพทย์จาก PubMed รองรับ) จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแลดูอิ่มฟู ส่วน HA จะช่วยเบลอริ้วรอยร่องตื้น สำหรับคำถามที่ว่า การเติมคอลลาเจนให้ผิวเหมาะกับใคร อยู่ได้นานแค่ไหน โปรแกรมนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ใต้ตาหมองคล้ำ หรือรูขุมขนกว้าง โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานสูงสุดถึง 18 เดือน (เมื่อรับบริการต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำ) จุดเด่นคือตัวยาเรียบเนียนกลืนไปกับผิว ไม่เป็นก้อน และไม่จำเป็นต้องนวดหลังทำ

 

 

  • โปรแกรมโบท็อกซ์ริ้วรอยหางตา : งานลดเลือนริ้วรอยตีนกาและรอยพับรอบดวงตาที่เกิดจากการยิ้มหรือแสดงสีหน้า สามารถบล็อกได้ด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์ โดยแพทย์จะฉีดตัวยาเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อบริเวณหางตา เพื่อช่วยคลายการหดตัวของกล้ามเนื้อในจุดนั้น ๆ ส่งผลให้ริ้วรอยจากการขยับใบหน้าแลดูจางลงอย่างชัดเจน ช่วยปรับสภาพผิวรอบดวงตาให้กลับมาเรียบเนีย ดูเด็กลงได้

ผู้ชายก็บอกลาปัญหาใต้ตาโทรมได้ ด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ที่ Aura Bangkok Clinic

บอกลาหน้าโทรม และแก้ปัญหาตาหวำคล้ำในผู้ชายที่ Aura Bangkok Clinic ด้วยโปรแกรมฟิลเลอร์ (Filler) ที่เน้นผลลัพธ์ใต้ตาให้แลดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน พร้อมบริการปรึกษาและประเมินปัญหารอบดวงตากับแพทย์ฟรีทุกสาขา

มั่นใจในความปลอดภัย เพราะหัตถการทุกโปรแกรมของเราดูแลโดยแพทย์ทุกเคส ฟรีบริการทายาชา ประคบเย็น และรับยาทาหรือยาทานกลับบ้านโดยไม่มีบวกเพิ่ม อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบการนัดติดตามผลโปรแกรมฟิลเลอร์ใน 14 วัน พร้อมทีม Customer Service ที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามโปรโมชัน หรือจองคิวผ่านระบบ Self-Booking เลือกภาษาไทย อังกฤษ หรือจีน ได้ทันทีที่ LINE: @botox (มี @ นำหน้า)

พิเศษ! สำหรับลูกค้าใหม่รับฟรี โปรแกรมฉีดหน้าใส (Aura Bright) จำนวน 2 เข็ม ทันทีเมื่อมียอดใช้จ่าย 3,600 บาทขึ้นไป

 

 ติดต่อ Aura Bangkok Clinic จองคิว หรือสอบถามโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาล่าสุด

 


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงใต้ตาและตาหวำในผู้ชาย  (FAQs)

Q: สาเหตุตาบวมและคล้ำในผู้ชาย เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

A : ปัญหานี้เกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม โครงสร้างกระดูกเบ้าตาที่ลึกกว่าปกติ อาการภูมิแพ้ที่ทำให้เส้นเลือดรอบดวงตาขยายตัว ไปจนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม และการสูบบุหรี่ ซึ่งส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

Q: ทรีตเมนต์รอบดวงตาสำหรับผู้ชาย ควรเลือกทำโปรแกรมฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์ ? 

A: ขึ้นอยู่กับปัญหาหลักของแต่ละบุคคล หากมีปัญหาร่องน้ำตาลึก กระดูกใต้ดวงตายุบตัว หรือตาหวำ โปรแกรมฟิลเลอร์จะตอบโจทย์ในการเติมเต็มวอลลุ่มได้ดีที่สุด แต่หากปัญหาหลักคือริ้วรอยและมีร่องตื้น ผิวใต้ตาบางและแห้งกร้าน การใช้สกินบูสเตอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจนจะมีความเหมาะสมมากกว่า แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวก่อนรับบริการ

Q: โปรแกรมรีจูรัน (Rejuran) สามารถใช้ดูแลผิวรอบดวงตาได้หรือไม่ ? 

A: โปรแกรมรีจูรัน ซึ่งมีสารสกัด PN (Polynucleotide) สามารถช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวรอบดวงตาให้มีความแข็งแรง ชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยแพทย์จะประเมินปริมาณยาและเทคนิคการฉีดให้เหมาะสมกับความบอบบางของผิวรอบดวงตาในแต่ละเคส

Q: โปรแกรมรีจูรัน กับโปรแกรมจูวีลุค (Juvelook) ต่างกันอย่างไร ในการดูแลผิวรอบดวงตา ? 

A: โปรแกรมรีจูรันจะเน้นไปที่การซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เสริมความแข็งแรงของ Skin Barrier และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูฉ่ำวาว ในขณะที่โปรแกรมจูวีลุค (Juvelook) เป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนประเภท Hybrid Biostimulator ที่มีส่วนผสมทั้ง PDLLA และ HA ในตัวเดียวกัน เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเพิ่มวอลลุ่มผิวอย่างเป็นธรรมชาติ เบลอริ้วรอยร่องตื้น และแก้ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำได้อย่างตรงจุด ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตาแลดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้นในระยะยาว

Q: ทำสกินบูสเตอร์รอบดวงตา ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ? 

A: ผลลัพธ์มักเริ่มสังเกตเห็นได้หลังจากการทำครั้งแรกประมาณ 2-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การกระตุ้นคอลลาเจนและการฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์มักแนะนำให้ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างตามที่แพทย์ประเมิน ทั้งนี้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการตอบสนองของสภาพผิวในแต่ละบุคคล

โปรโมชั่นประจำเดือนนี้

ปรึกษาคุณหมอฟรี

หมอเม่ย หมอประจำ aura bangkok clinic

บทความอื่นๆ

การดริปวิตามินผิวเป็นทางเลือกบำรุงผิวที่เห็นผลลัพธ์ชัดเ…

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Key Takeaways การฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ในสภาพอากาศร้อนช…

อ่านต่อ

Key Takeaways การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ในหน้าร้อนสามารถ…

อ่านต่อ

คอลลาเจนสด (Atelocollagen) คือหนึ่งในหัตถการผิวยอดนิยมท…

อ่านต่อ

Key Takeaways  คอร์สเจ้าสาวและเจ้าบ่าวคือโปรแกรมดูแลควา…

อ่านต่อ

ปัญหาขมับลึก ขมับตอบ เป็นรอยบุ๋มหรือแอ่งลงไป ทำให้โหนกแ…

อ่านต่อ
อ่านบทความอื่น ๆ

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยเปิดโลกาสให้พนักงาม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบุคคลภายบอกแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดติดต่อได้ ส่งมายังช่องทาง รับเรื่องดังนี้

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

hr@arwn.co
ไปรษณีย์
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร

เลขานุการบริษัท

whistle@arwn.co
ไปรษณีย์
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นควานลับที่สุด และนี้ร้องเรียนสามารกร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้อง เรียน เว้นแต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้บริษัทสามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้