Key Takeaways
ปัญหาฝ้าและกระเกิดจากแสงแดด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และพันธุกรรมที่กระตุ้นให้เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีดูแลให้หายขาดได้ แต่การดูแลอย่างถูกวิธีและต่อเนื่องจะช่วยให้รอยหมองคล้ำดูจางลงและผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ วิธีรักษาฝ้า กระบนใบหน้าที่ตอบโจทย์คือการใช้เทคโนโลยี Pico Laser เพื่อจัดการเม็ดสี ควบคู่กับการฟื้นฟูผิวด้วยฉีดหน้าใส นอกจากนี้ การป้องกันคือหัวใจสำคัญ แม้รอยฝ้ากระจะดูจางลงแล้วก็สามารถกลับมาเข้มขึ้นได้อีก จึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและทาครีมกันแดด SPF 50 PA+++ เป็นประจำทุกวัน ท้ายที่สุดควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยเลือกปรึกษาคลินิกที่ได้รับใบอนุญาต ดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และใช้เครื่องมือที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น
ฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายคน โดยเฉพาะคนในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ ซึ่งความผิดปกติของเม็ดสีผิวและเมลานินที่ทำงานมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยหมองคล้ำและจุดด่างดำบนใบหน้า ทำให้ผิวไม่กระจ่างใส ดูหมองคล้ำไม่เรียบเนียน
ในปัจจุบันมีวิธีรักษาฝ้าบนใบหน้า และกระที่หลากหลาย ตั้งแต่การดูแลตัวเองด้วยครีมบำรุง การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวล้ำลึก บทความนี้ออร่าจะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุ พร้อมอัปเดตวิธีดูแลผิวและลบรอยฝ้า กระให้ผิวกลับมาดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ฝ้า กระ คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร ?
ก่อนจะหาวิธีดูแลรักษาต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาผิวทั้งสองแบบนี้มีความแตกต่างกัน ดังนี้
- ฝ้า (Melasma) : เกิดจากเม็ดสีเมลานินผลิตมากเกินไป มักมีลักษณะเป็นรอยปื้นขนาดใหญ่ สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเทาหรือดำ มักขึ้นบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก สันจมูก และเหนือริมฝีปาก
- กระ (Freckles) : มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่บนใบหน้า มักเกิดจากพันธุกรรมร่วมกับการโดนรังสียูวี โดยกระจะมีสีเข้มขึ้นเมื่อโดนแสงแดดจัด
การรักษากระที่หน้าและฝ้านั้น จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความลึกของเม็ดสีและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ฝ้า กระ เกิดจากอะไร ?
ก่อนจะไปทำความเข้าใจว่าการรักษาฝ้า กระ มีวิธีไหนบ้าง ต้องเข้าใจถึงที่มาของฝ้ากระเกิดจากอะไร?
สาเหตุที่ส่งผลให้เกิดปัญหาฝ้าของคนส่วนใหญ่ มาจากการที่ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเมื่อผิวโดนแดด หรือตากแดดเป็นเวลานาน เม็ดสีเมลานินใต้ผิวถูกผลิตขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อทำหน้าที่กรองรังสียูวีที่มากระทบผิว ดังนั้นตัวการที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้าคือรังสี UVA UVB ที่ผิวคนเราต้องเจอในทุกๆ วันนั่นเอง
นอกจากแสงยูวีแล้ว อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา ฝ้า กระ คือผลข้างเคียงจากการใช้เครื่องสำอางหรือยาบางชนิด กระบวนการสร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ หรืออาจเกิดจากร่างกายในช่วงเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็เป็นสาเหตุการเกิดฝ่าที่หน้าได้เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่ทานยาคุม, หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือคนที่เข้าสู่วัยทอง
ฝ้ามีกี่ประเภท?
สาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าและกระ มีดังนี้
- แสงแดดและรังสียูวี (UVA/UVB) : ตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องผิว ส่งผลให้ผิวคล้ำเสียและเกิดจุดด่างดำ
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน : มักพบได้บ่อยในสตรีมีครรภ์ ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือผู้ที่เข้าสู่วัยทอง
- พันธุกรรม : หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นฝ้าหรือกระ โอกาสที่จะเกิดปัญหาผิวนี้ก็จะมีเพิ่มขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิด : ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารระคายเคือง อาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
ฝ้า กระ รักษาหายไหม?
ในทางการแพทย์ ฝ้าและกระยังไม่มีวิธีการดูแลให้หายขาดได้ 100% เนื่องจากเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากปัจจัยกระตุ้นที่หลีกเลี่ยงได้ยากในชีวิตประจำวัน เช่น แสงแดด และฮอร์โมน แต่เราสามารถดูแลให้รอยคล้ำ ดูจางลง ได้ และต้องหมั่นดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเพื่อลดโอกาสการเกิดฝ้าใหม่
10 วิธีดูแลผิวและรักษาฝ้า กระ ให้ดูจางลง
สำหรับใครที่กำลังหาวิธีลดกระบนใบหน้า และจัดการกับปัญหาฝ้า นี่คือ 10 วิธีที่ได้รับความนิยมและช่วยให้ผิวหน้าดูดีขึ้นได้
ปัจจุบันมีวิธีรักษาฝ้าหลากหลายแบบ ตั้งแต่การทาครีม ทานยา ไปจนถึงการรักษาด้วยการฉีดเลเซอร์และเมโสหน้าใส โดยเราได้รวม 10 วิธี แต่ละวิธีรักษาฝ้า กระ ดังนี้
1. เลเซอร์รักษาฝ้า
การเลเซอร์รักษาฝ้า กระ เป็นหนึ่งในวิธีที่เห็นผลชัด แก้ปัญหาที่ต้นตอ ช่วยลดความเข้มของฝ้า กระ จุดด่างดำให้จางลงได้เมื่อทำควบคู่กับหัตถการอื่นๆ และทำควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง โดยเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบันคือ Pico laser เลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานความเร็วระดับพิโควินาที ช่วยทำให้เม็ดสีเมลานินแตกตัวเล็กลง จึงช่วยลดความเข้มของฝ้า กระ จุดด่างดํา รอยสิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส หลังทำ 5-8 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ที่ Aura Bangkok Clinic มีโปรแกรม Pico Majesty เทคโนโลยีเลเซอร์ผิวหนังจากประเทศเกาหลี พลังงานสูง รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ปล่อยพลังงานด้วยความเร็วสูงถึงระดับ 250 Picosecond ช่วยให้เม็ดสีแตกตัว ช่วยแก้ปัญหา รอยดำรอยแดง รอยสิว โดยไม่ทำลายผิวโดยรอบ
สนใจลดริ้วรอย จุดด่างดำ ปรับผิวให้เนียนสมูทด้วย Pico Majesty ทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ คลิกที่นี่!
สนใจลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ปรับผิวใสสมูทด้วยโปรแกรม Pico Majesty ทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดได้ คลิกที่นี่!
2. รักษาฝ้าด้วยเทคโนโลยี IPL
การรักษาฝ้า กระ ด้วย IPL หรือ Intense Pulsed Light เป็นรูปแบบการรักษาฝ้า ที่มีรูปแบบคล้ายกับการเลเซอร์ โดย IPL จะใช้แสงความเข้มข้นสูงแต่มีพลังงานต่ำกว่าเลเซอร์ ยิงลงไปยังชั้นผิวเพื่อสร้างความร้อนและทำลายโปรตีนเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่ ขณะทำจะรู้สึกอุ่น ๆ เจ็บเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่เจ็บเลย จึงมักไม่ต้องใช้ยาชา ยังไงก็ตาม การทำ IPL ต้องอาศัยการทำต่อเนื่องจึงจะเห็นผลชัดเจน และผลลัพธ์ไม่ถาวร ฝ้าอาจกลับมาเข้มขึ้นได้ถ้าไม่ได้ดูแลผิวอย่างเหมาะสม
3. ฉีดเมโสหน้าใส
การฉีดหน้าใสเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาฝ้า กระและฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้นจากภายใน โดยการฉีดวิตามินและสารสกัดบำรุงผิวเข้าสู่ชั้นกลางของผิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดความเข้มของรอยดำรอยแดงจากฝ้าและรอยสิว พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง
เมโสหน้าใส ราคามีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อย หลักพันจนถึงหลักหมื่น แต่ทั้งนี้การเมโสหน้าใสไม่ได้ช่วยรักษาฝ้าให้หายขาด 100% แต่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว ลดการอักเสบ และลดโอกาสการเกิดฝ้า กระใหม่ในอนาคต ทำให้ผิวดูมีออร่าขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เมโสหน้าใส อีกหนึ่งโปรแกรมลดริ้วรอยยอดฮิต สนใจโปรแกรมเมโสหน้าใสคลิกที่นี่! : เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่? เมโสหน้าใสแต่ละสูตรราคาเท่ากันไหม
เมโสหน้าใส ราคามีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อย หลักพันจนถึงหลักหมื่น แต่ทั้งนี้การเมโสหน้าใสไม่ได้ช่วยรักษาฝ้าให้หายขาด 100% แต่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว ลดการอักเสบ และลดโอกาสการเกิดฝ้า กระซ้ำในอนาคต ทำให้ผิวดูมีออร่าขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เมโสหน้าใส อีกหนึ่งโปรแกรมลดริ้วรอยยอดฮิต สนใจโปรแกรมเมโสหน้าใสคลิกที่นี่! : เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่? เมโสหน้าใสแต่ละสูตรราคาเท่ากันไหม
4. ดูแลผิวด้วยครีมทาฝ้า
ครีมทาฝ้าเป็นทางเลือกแรก ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวและลดกระบนใบหน้า เพราะช่วยให้รอยดำดูจางลงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะครีมที่มีส่วนผสมของสารไบรท์เทนนิ่ง เช่น วิตามินซี, Niacinamide serum, อาร์บูติน (Arbutin), กรดผลไม้ AHA และ THIAMIDOL ซึ่งจะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินและผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกอย่างอ่อนโยน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ผิวจะค่อย ๆ กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
5. มาสก์หน้าด้วยสมุนไพรธรรมชาติ
วิธีรักษาฝ้า กระ จุดด่างดําแบบธรรมชาติอย่างการมาสก์หน้าด้วยมะขามเปียกและใบบัวบกก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดฝ้าได้ในระยะยาว โดยมะขามเปียกมีกรดผลไม้ธรรมชาติ (AHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพและกระตุ้นให้ผิวดูกระจ่างขึ้น ส่วนใบบัวบกมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงรอยฝ้าดูจางลง การมาสก์สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ควบคู่กับการใช้ครีมบำรุง จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูและดูสุขภาพดี
6. ทาครีมกันแดด
ครีมกันแดดถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและลดฝ้า กระ บนใบหน้า เพราะรังสี UVA และ UVB คือปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เม็ดสีใต้ผิวทำงานมากเกินไปจนเกิดฝ้า ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 และมี PA+++ ขึ้นไป เพื่อป้องกันได้ทั้งรังสีจากแดดและแสงจากหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ทาทุกเช้าก่อนออกแดดประมาณ 15-20 นาที และควรทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแจ้ง
7. มาสก์หน้า LED Mask
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยรักษาฝ้า กระ ด้วยเทคโนโลยีอย่างการมาสก์หน้า LED Mask (Light Therapy) เป็นเครื่องมือที่ใช้คลื่นแสงช่วยรักษาฝ้า กระ โดยแสงจะทำหน้าที่ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และฟื้นฟูเซลล์ผิวให้แข็งแรง ลดการเกิดสิว และจุดด่างดำ รวมถึงคนที่เป็นกระที่หน้า แนะนำทำครั้งละ 15-20 นาที สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
8. รับประทานยาลดฝ้า
สำหรับบางคนที่มีฝ้าฝังลึก แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาในกลุ่ม Tranexamic Acid ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ฝ้าดูจางลงและช่วยลดการเกิดฝ้าใหม่ ยาชนิดนี้จัดเป็นยาอันตรายที่ต้องได้รับการจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพราะอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้, ปวดศีรษะ หรือมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่รับประทานยานี้จึงควรได้รับการตรวจและติดตามผลอย่างใกล้ชิด
9. การฝังรองพื้น
การฝังรองพื้นบนผิวหน้า หรือที่เรียกว่า BB Glow เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเข้มของฝ้า กระ จุดด่างดำได้ โดย BB Glow Treatment จะใช้เทคโนโลยี Microneedling หรือเข็มขนาดเล็กจำนวนมาก ผลักโมเลกุลรองพื้นเข้าไปในผิว ทำให้รอยสิว รอยดำ ฝ้า กระ ดูจางลง 1 เฉด ผิวกระจ่างใส สีผิวดูสม่ำเสมอกันมากขึ้น แต่วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาฝ้า กระ ที่ปลายเหตุ ฝ้า กระ จุดด่างดำจะยังคงอยู่และยังเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ แนะนำทำคู่กับหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย
10. รักษาฝ้าด้วยไอโอนโต
ไอออนโต (Iontophoresis) เป็นวิธีรักษาฝ้า กระ ด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ที่ช่วยผลักวิตามินหรือสารบำรุงผิว เช่น วิตามินซีหรือยาลดเม็ดสี ให้ซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้รอยฝ้าและจุดด่างดำค่อย ๆ จางลง พร้อมฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใสและเรียบเนียน วิธีนี้มีข้อดีคือไม่เจ็บตัวและผลข้างเคียงน้อย เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงผิวควบคู่กับการลดฝ้าอย่างอ่อนโยน
แนะนำวิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ
นอกจากวิธีรักษาฝ้า กระ ทั้ง 10 วิธีที่แนะนำไปแล้ว ก็ยังมีแนวทางป้องกันการเกิดฝ้า ที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผ่านการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด พยายามหลีกเลี่ยงการโดนแดด ใส่หมวก, ผ้าคลุม หรือทาครีมกันแดดถ้าต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
- หมั่นดูแลผิวหน้า ด้วยการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หรือทรีทเม้นท์บำรุงผิวด้วยเมโสหน้าใส ซึ่งจะช่วยเติมวิตามินให้ผิวหน้าแข็งแรงขึ้น
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ผิวที่แห้งกร้านจะไวต่อแสง ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ หรือเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- ล้างหน้าให้ถูกต้อง นอกจากจะล้างสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่าจากใบหน้าแล้ว ยังช่วยลดสิ่งอุดตันตามรูขุมขนช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น ลดโอกาสการเกิดฝ้า และปัญหาหน้าหมองคล้ำ
- เลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงให้เกิดฝ้า หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้า เช่น ไม่ทากันแดด การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอม, ทาครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน และการทานยาคุมกำเนิดบางยี่ห้อ
เลือกคลินิกรักษาฝ้า ที่ไหนดี?
สำหรับใครที่ต้องการรักษาฝ้า กระ หรือต้องการดูแลผิวหน้าให้ดูเด็ก ดูกระจ่างใส มีผิวที่เป็น Glass Skin แต่ไม่รู้จะเลือกรักษาที่คลินิกไหนดี สามารถเลือกพิจารณา ดังนี้
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและถูกกฎหมาย ควรเป็นคลินิกที่จดทะเบียนถูกต้อง เปิดให้บริการในสถานที่ปลอดภัย เช่น อาคารพาณิชย์หรือห้างสรรพสินค้า มีความสะอาดและห้องทำหัตถการที่ได้มาตรฐาน
- มีแพทย์ประจำคลินิก มีประสบการณ์ด้านผิวหนังโดยตรง สามารถให้คำปรึกษา วิเคราะห์สาเหตุของฝ้า และแนะนำแนวทางรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- ใช้ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่มีคุณภาพและผ่านการรับรอง สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้ มีมาตรฐานทางการแพทย์ ไม่ใช้เครื่องมือหรือยาที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ดูรีวิวหรือผลลัพธ์จากคนไข้ที่เคยเข้ารับการรักษา เพื่อช่วยประเมินคุณภาพการให้บริการของคลินิก
- มีช่องทางติดต่อที่สะดวก ควรมีช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram หรือ Line Official ให้สามารถสอบถามหรือพูดคุยกับแพทย์ได้โดยตรง เพื่อความมั่นใจและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ลดกระ ฝ้า บนใบหน้า ลดรอยให้แลดูจางลง
ปัญหาฝ้า กระ อาจทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจ ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งดูแลยาก แม้จะไม่มีวิธีดูแลให้หายขาดได้ถาวร 100% แต่การเริ่มดูแลผิวอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้รอยหมองคล้ำและจุดด่างดำแลดูจางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หากกำลังมองหาคลินิกดูแลปัญหาผิว ที่ Aura Bangkok Clinic มีทีมแพทย์พร้อมประเมินสภาพผิวและวางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี Pico Majesty หรือฉีดหน้าใส เพื่อบำรุงผิวอย่างล้ำลึก
สำหรับผู้ที่เป็นกระ ฝ้า ที่หน้า อย่ารอช้า สามารถทักเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ Aura Bangkok Clinic ทุกสาขา หรือหากต้องการเข้าพบคุณหมอ สามารถจองคิวเข้ารับบริการผ่านระบบ Self-Booking หรือสอบถามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ทันทีผ่านทาง LINE Official: @botox (มี @ นำหน้า)
พิเศษ ! ลูกค้าใหม่รับสิทธิ์โปรแกรม Aura Bright จำนวน 2 เข็มทันที เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 3,600 บาทขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีรักษาฝ้า กระ บนใบหน้า
Q : รักษาฝ้า กระ หายถาวรได้ไหม ?
A : ถึงแม้จะมีวิธีรักษาฝ้า กระ บนใบหน้ามากมาย และมีแนวทางให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นครีมไวท์เทนนิ่ง, เลเซอร์ และการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ แต่สำหรับ ฝ้าและกระ โดยเฉพาะเม็ดสีที่อยู่ลึกในผิวหนังนั้น ยังไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้หายขาดได้แบบ 100% เพราะเม็ดสีเมลานินอาจถูกกระตุ้นให้กลับมาได้อีกในอนาคต
Q : เลเซอร์รักษาฝ้า ต้องทำกี่รอบเห็นผล ?
A : การเลเซอร์รักษาฝ้าให้เห็นผลนั้น ขึ้นอยู่กับความลึกของผิวที่มีเม็ดสีและหัตถการเลเซอร์ที่ทำ โดยทั่วไปจะอยู่ราว 5-10 ครั้ง ห่างกันประมาณ 3-6 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลชัดเจน
Q : รักษาฝ้าจนดีขึ้นแล้ว กลับมาเป็นอีกได้ไหม ?
A : สามารถกลับมาเป็นฝ้าได้อีก แม้จะรักษาจนจางลงได้มากแล้ว แต่ถ้ายังมีสิ่งกระตุ้น เช่น แสงแดด, ฮอร์โมน หรือตัวยาบางชนิด ก็มีโอกาสที่ฝ้าหรือกระจะกลับมาได้อีก ดังนั้นการรักษาและดูแลผิวอย่างต่อเนื่องจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำให้จางลง
Q : โปรแกรมฉีดหน้าใสช่วยรักษากระที่หน้า และฝ้าได้ไหม ?
A : โปรแกรมฉีดหน้าใสไม่ได้เข้าไปทำลายเม็ดสีโดยตรงเหมือนกับการทำเลเซอร์ แต่จะเน้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยลดการอักเสบและปรับสมดุลผิวให้แข็งแรงขึ้น เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นและสุขภาพดี รอยหมองคล้ำรวมถึงปัญหาเป็นกระที่หน้าจะค่อย ๆ ดูจางลง แนะนำให้ทำควบคู่กับการใช้เลเซอร์เพื่อการดูแลที่ครอบคลุม
Q : หลังทำเลเซอร์ลบรอยฝ้า กระ ต้องดูแลผิวอย่างไร ?
A : หลังทำเลเซอร์ผิวอาจมีสีชมพูระเรื่อหรือแห้งตึงเล็กน้อย แนะนำให้เช็ดหน้าด้วยน้ำเกลือหรือน้ำดื่มเปิดขวดใหม่หลังทำ 4-6 ชั่วโมง และควรงดแต่งหน้าหรือทาครีมอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ที่สำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 1-2 สัปดาห์ พร้อมกับทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอเพื่อปกป้องผิว
Q : ฝ้าที่เกิดจากฮอร์โมน หรือช่วงตั้งครรภ์ ควรดูแลอย่างไร ?
A : ปัญหาฝ้าที่เกิดจากการตั้งครรภ์มักเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนชั่วคราว ในช่วงนี้ยังไม่แนะนำให้ทำหัตถการเลเซอร์หรือฉีดตัวยาใด ๆ ควรเน้นการทาครีมบำรุงผิวที่ปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์ และหลีกเลี่ยงแสงแดดเป็นหลัก หลังจากคลอดและฮอร์โมนเริ่มปรับสมดุล รอยฝ้ามักจะค่อย ๆ ดูจางลงได้เอง
Q : โปรแกรมเลเซอร์กับครีมทาฝ้า เลือกวิธีรักษาฝ้าบนใบหน้าแบบไหนดีกว่ากัน ?
A : ทั้งสองวิธีมีจุดเด่นต่างกัน การทาครีมจะเน้นการผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งเม็ดสีอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะสำหรับการดูแลระยะยาวและฝ้าตื้น ส่วนการทำเลเซอร์จะสามารถจัดการกับเม็ดสีที่ฝังลึกได้ตรงจุดและใช้เวลาน้อยกว่า หากต้องการลดกระบนใบหน้าให้ดูจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์มักแนะนำให้ใช้ทั้งสองวิธีร่วมกัน
















