โบท็อกกราม

โบท็อกซ์กราม ช่วยให้หน้าเรียวจริงไหม ฉีดโบกรามกี่ยูนิต ?

08/09/2026

Key takeaway / Summary of topic answer

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม คือหัตถการปรับรูปหน้า V-Shape โดยไม่ต้องผ่าตัด อาศัยการทำงานของสาร Botulinum Toxin Type A เข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากการใช้งานกล้ามเนื้อเคี้ยวหนักหรือนอนกัดฟัน โดยทั่วไปจะใช้ตัวยาประมาณ 50-100 ยูนิตรวมสองข้าง จะเริ่มเห็นผลกรามนิ่มลงใน 2 สัปดาห์ และยุบลงเต็มที่ใน 4 สัปดาห์ ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 3-5 เดือน สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น เช่น ลดแฟตแก้ม หรือลิฟต์กรอบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบตัวยาแท้ได้ และดำเนินการโดยแพทย์เพื่อป้องกันผลข้างเคียง พร้อมทั้งดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด


โปรแกรม Botox ลดกราม คือหัตถการปรับรูปหน้ายอดนิยมที่ใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) มาช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณกรามและขากรรไกร การทำโปรแกรมโบท็อกซ์กรามถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าบานหรือกรามใหญ่จากการใช้งานกล้ามเนื้อเคี้ยวอย่างหนัก ให้กลับมามีใบหน้าที่เรียวเล็ก V-Shape และดูกระชับขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม

สำหรับคนไหนที่สนใจโปรแกรมฉีดโบกราม แต่ยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ อีกทั้งไม่รู้ว่าหากฉีดไปแล้วจะคุ้มค่าไหม Aura Bangkok Clinic จะขอมาแชร์ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์กราม พร้อมตอบทุกคำถามที่หลายคนสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หลังเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดโบลดกรามกี่วันเห็นผล ฉีดแล้วเจ็บไหม หรือทำโปรแกรมโบท็อกซ์หน้าเรียวที่ไหนดี และราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม เราได้รวบรวมคำตอบไว้ให้แล้วในบทความนี้

โปรแกรมโบท็อกซ์กราม ช่วยอะไร ?

โปรแกรมโบกราม คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) เข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม โบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง หลังฉีดโบท็อกซ์กรามรูปหน้าดูเรียวขึ้น ก้อนกรามไม่เด้งขึ้นเวลากัดฟัน ยิ่งฉีดคู่กับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ยิ่งเห็นผลชัดเจน

โบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร โปรแกรมนี้ปรับหน้าเรียวได้จริงหรือ

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ช่วยให้หน้าเรียวได้จริงไหม ?

โปรแกรมโบท็อกซ์กรามเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยทำให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ ยิ่งฉีดคู่กับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า จะยิ่งช่วยให้หน้าดูเรียว V-shape มากยิ่งขึ้น

 เคสจริง ทำโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม + โบลิฟต์กรอบหน้า หน้ากระชับหลังติดตามผล 14 วัน เคสรีวิวโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามที่ Aura Bangkok Clinic หลังนัดติดตามผล 14 วัน เคสจริง หน้าเรียวกระชับหลังรับบริการโปรแกรมฉีดโบกรามกับ Aura Bangkok Clinic

อยากหน้าเรียว ต้องทำโบท็อกซ์ลดกรามเท่านั้นหรือ ?

โบท็อกซ์ลดกราม VS โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า เลือกทำอะไรดี หรือทำคู่กัน

แม้โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามจะถูกนึกถึงเป็นอันดับแรกในหมวดหมู่ของการยกกระชับปรับรูปหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาใบหน้าดูใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อกรามเพียงอย่างเดียว เนื่องจากบางกรณีอาจเกิดจากไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณแก้มและเหนียง หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังร่วมด้วย

ดังนั้น หากต้องการรูปหน้า V-shape ที่มีความกระชับในทุกมิติ จะต้องเข้ารับการประเมินสาเหตุที่แท้จริงกับแพทย์ เพื่อเลือกทำหัตถการที่ตอบโจทย์ หรือทำควบคู่ไปกับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมลดแฟตแก้ม ลดแฟตเหนียง Ultraformer, Thermage, เครื่องยกกระชับ Oligio 

แต่เนื่องจากแต่ละหัตถการมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ดังนั้นจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำหัตถการนั้น ๆ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพหน้ามากที่สุด

อ่านบทความ เครื่องยกกระชับ Ultraformer ยกหน้า กระตุ้นคอลลาเจน

ร้อยไหมหน้าเรียว vs โบท็อกซ์ลดกราม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าทั้งการฉีดลดกรามและร้อยไหมสามารถทำให้หน้าเรียวขึ้นได้ และสามารถทำควบคู่กันได้ทั้งสองอย่าง แต่อาจจะสงสัยว่าหัตถการไหนทำให้หน้าเรียวกว่ากัน ในที่นี้ก็ต้องบอกเลยว่าทั้งสองหัตถการช่วยให้หน้าเรียวได้โดยแก้ไขปัญหาคนละจุดกัน

  • โปรแกรมโบท็อกซ์กราม : เหมาะกับผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ เคี้ยวเยอะ นอนกัดฟัน กล้ามเนื้อกรามแข็ง เมื่อฉีดแล้วกล้ามเนื้อจะคลายตัวลง ใบหน้าดูเรียวขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อย บวมช้ำน้อย
  • โปรแกรมร้อยไหม : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าไม่เข้ารูป มีเหนียง แต่กล้ามเนื้อไม่ใหญ่ ร้อยไหมช่วยยกผิวให้กระชับทันทีหลังทำ แต่อาจมีความบวมช้ำและมีขั้นตอนการดูแลหลังทำมากกว่า

การทำหัตถการด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์จะช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อแข็งเกร็งให้คลายตัวลง หน้าดูเรียวขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อย โอกาสบวมช้ำต่ำ ยิ่งทำคู่กับเครื่องยกกระชับ ยิ่งเห็นผลชัดเจน ส่วนการร้อยไหมจะช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยให้กระชับขึ้นทันที ดังนั้นการเลือกทำหัตถการจึงขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละบุคคล หรือสามารถทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์รูปหน้าที่เรียวเล็กลงได้อย่างเต็มที่

โปรแกรมฉีดโบกราม เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่มีปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่ จากการใช้กล้ามเนื้อกรามในชีวิตประจำวัน เช่น เคี้ยวเยอะ เคี้ยวอาหารแข็ง ๆ นอนกัดฟัน
  • ผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ดูเรียวเล็กได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ศัลยกรรมใบหน้า
  • ผู้ที่อยากหน้าเรียว กรอบหน้าชัด แต่มีเวลาจำกัด ไม่ต้องการทำหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายนาน
  • นอกจากนี้ การทำโปรแกรมโบท็อกซ์บริเวณกรามผู้ชายก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูคมคายและสมส่วนมากยิ่งขึ้น

โบท็อกซ์ลดกราม ผู้ชายก็ทำได้ แพทย์พร้อมประเมินยูนิตเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามเจ็บไหม ?

การทำหัตถการอย่างโปรแกรมฉีดโบกราม อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายการฉีดยาเข้าผิวทั่วไป สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ ที่ Aura เรามีบริการแปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนทำหัตถการทุกครั้งเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ

โดยปกติแล้วโปรแกรมฉีดโบลดกรามจะปลอดภัยหากใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยมีแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการโบท็อกซ์ของแท้ให้ แต่ถ้าใช้บริการคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดโบท็อกซ์ปลอม หรือฉีดกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือความชำนาญมากพอ ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กราม ใช้กี่ยูนิต ?

จำนวนยูนิตขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล ขนาดใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ ตามปกติจะใช้ตั้งแต่ประมาณ 20–50 ยูนิตต่อข้าง หรือ 40–100 ยูนิตรวมสองข้าง สำหรับผลลัพธ์ โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้สึกว่ากรามคลายตัวลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ

ตารางปริมาณยูนิตที่เหมาะสมต่อบริเวณ 

ขนาดกล้ามเนื้อกราม ยูนิต/ข้าง (โดยประมาณ) รวม 2 ข้าง (โดยประมาณ)
เล็ก (กรามไม่เด้งมาก) 20–25 u 40–50 u
ปานกลาง 25–35 u 50–70 u
ใหญ่ (กรามเด้งเยอะ) 35–50 u 70–100 u

การให้แพทย์ประเมินหน้างานจริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากใช้ยูนิตน้อยเกินไปอาจไม่เห็นผลชัดเจน แต่ถ้าใช้มากเกินไปอาจเสี่ยงให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไปและยิ้มหรือขยับปากได้ไม่เต็มที่

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม ทำให้ยิ้มแข็ง ๆ ยิ้มไม่สุด จริงไหม ?

หลังทำหัตถการ มีโอกาสเกิดอาการหน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด หรือมุมปากตกได้บ้าง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน สาเหตุมักเกิดจากแพทย์ไม่มีความชำนาญ ไม่เข้าใจสรีระของผู้เข้ารับบริการ ใช้จำนวนยูนิตที่มากเกินไป หรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการทำโบท็อกซ์ริ้วรอย ที่หากแพทย์ประเมินปริมาณตัวยาไม่ถูกต้องก็อาจทำให้ผิวหน้าตึงจนแสดงสีหน้าได้ยากเช่นกัน

เพื่อความมั่นใจ จึงควรเลือกฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ชำนาญการประจำที่คลินิก ใช้ตัวยาแท้ มีนัดติดตามผล Aura มีคำแนะนำให้สังเกตอาการหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อป้องกันโอกาสการเกิดผลข้างเคียง

ต้องการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เลือกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา หรือ เกาหลี ?

อีกหนึ่งคำถามที่หลาย ๆ คนมักสงสัยก็คือ ควรเลือกโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ? ในปัจจุบันที่ Aura เรามีตัวเลือกให้ผู้เข้ารับบริการได้พิจารณา ดังนี้

  • Aestox (โบท็อกซ์เกาหลี) : โบท็อกซ์กระจายของตัวยาค่อนข้างแคบทำให้เหมาะสำหรับใช้ฉีดเฉพาะจุด ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัยจาก KFDA และอย. ไทย
  • Nabota (โบท็อกซ์เกาหลี) : ตัวยามีความบริสุทธิ์ ออกฤทธิ์ไวกว่าโบท็อกซ์เกาหลีตัวอื่นเล็กน้อย ผลลัพธ์ตึงแน่น ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าคุ้มราคา ทั้งยังผ่านการรับรองจาก USFDA, KFDA และ อย.ไทย อีกด้วย
  • Neuronox (โบท็อกซ์เกาหลี) : โบท็อกซ์สัญชาติเกาหลีเพียงตัวเดียวที่มีตัวยาเป็น Botulinum Toxin Type A สายพันธุ์ออริจินัล (Hall A-hyper) ความบริสุทธิ์สูง ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ตึงเท่าโบท็อกซ์อเมริกา แต่ราคาเข้าถึงง่าย
  • Dysport (โบท็อกซ์อังกฤษ) : ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ออกฤทธิ์ไว สามารถกระจายตัวได้กว้าง ไม่กระจุกตัว จึงเหมาะสำหรับใช้ทุกบริเวณ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น น่อง บ่า
  • Allergan (โบท็อกซ์อเมริกา) : โบท็อกซ์ยี่ห้อแรกของโลกจากประเทศอเมริกา ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์ไว ทั้งยังกระจายตัวแคบ ได้รับความนิยมทั่วโลก

ที่ Aura Bangkok Clinic เราเลือกใช้ตัวยาจากบริษัทยาชั้นนำที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย และได้รับการรับรองความปลอดภัยทุกยี่ห้อ โดยหากต้องการเปรียบเทียบว่าแต่ละแบรนด์โบท็อกซ์มีราคาเริ่มต้นกี่บาท และเมื่อฉีดไปแล้วผลลัพธ์ของโบท็อกซ์อยู่ได้กี่เดือน สามารถตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นได้ตามตารางด้านล่างนี้

ตารางเปรียบเทียบยี่ห้อโบท็อกซ์

ยี่ห้อ ประเทศ ราคาเริ่มต้น (บาท) ผลอยู่ได้นาน (เดือน) จุดเด่นหลัก
Allergan อเมริกา 17,990 3–5 บริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อยาน้อย นิยมทั่วโลก
Xeomin เยอรมนี 15,990 3–5 บริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนเจือปน ลดโอกาสดื้อยา
Dysport อังกฤษ 14,500 3–5 กระจายตัวดี เหมาะกับกล้ามเนื้อขนาดใหญ่
Nabota เกาหลี 8,500 3–5 ออกฤทธิ์ไว คุ้มราคา ผ่าน USFDA, KFDA, อย.ไทย
Neuronox เกาหลี 7,500 3–5 สายพันธุ์ออริจินัล ให้ผลแม่นยำ
Aestox เกาหลี 6,500 3–5 กระจายตัวแคบ เหมาะฉีดเฉพาะจุด ผิวเรียบเนียน

หมายเหตุ: การเลือกยี่ห้อควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ โดยดูจากงบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องการให้ผลอยู่ ความเสี่ยง และตำแหน่งที่ต้องการทำหัตถการ

กลัวโบท็อกซ์ปลอม ต้องตรวจสอบอย่างไร ?

โปรแกรมการฉีดโบกรามเพื่อยกกระชับปรับหน้าให้เรียว จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อใช้ตัวยาแท้  สำหรับวิธีเช็กและการสังเกตว่าตัวยาเป็นของแท้หรือไม่ สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

การเช็กภายนอกกล่องผลิตภัณฑ์

  • บนกล่องโบท็อกซ์จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานของโบท็อกซ์ขวดนั้นระบุไว้อยู่ เช่น เลข Lot ที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตและวันที่ยาหมดอายุ บริษัทที่ผลิตโบท็อกซ์ และบริษัทที่นำเข้าโบท็อกซ์ สัญลักษณ์ยาควบคุมพิเศษ
  • มีเลขทะเบียนอย. ข้างกล่องเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าโบท็อกซ์ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย
  • บนกล่องโบท็อกซ์บางยี่ห้อมี QR Code สำหรับสแกนเช็กข้อมูลของโบท็อกซ์และบริษัทที่นำเข้าโบท็อกซ์ได้
  • หากซื้อโบท็อกซ์แบบเหมาขวด
    • กล่องโบท็อกซ์จะต้องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ และไม่มีร่องรอยการแกะกล่อง
    • โบท็อกซ์บางยี่ห้อที่มีซีลใสปิดคลุมกล่องไว้ ซีลจะต้องใหม่ ไม่ผ่านการดึงออก
    • โบท็อกซ์บางยี่ห้อจะเป็นกล่องแบบมีรอยปะ ถ้าแกะแล้วไม่สามารถประกอบคืนรูปได้ ก็จะต้องดูด้วยว่ากล่องมีการแกะรอยปะไหม

การเช็กภายในกล่องโบท็อกซ์

  • เลข Lot ที่ผลิตบนกล่องโบท็อกซ์ และเลข Lot บนขวดโบท็อกซ์จะต้องตรงกัน
  • มีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
  • ตัวยาในขวดจะมีลักษณะเป็นผงผลึกสุญญากาศเพื่อให้แพทย์ผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีดเท่านั้น ในปัจจุบันไม่มีโบท็อกซ์แท้ที่มีลักษณะเป็นน้ำหรือผงทา

โบท็อกซ์ลดกรามกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน สามารถเช็กกล่องได้ทุกครั้งที่รับบริการ


โปรแกรมฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ?

การเข้าใช้บริการโปรแกรมโบท็อกซ์กราม ส่วนมากจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 โดยขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ ความเข้มข้นของโบท็อกซ์ที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกาย ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม อยู่ได้นานแค่ไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปแล้วโบท็อกซ์จะคงอยู่ประมาณ 3-5 เดือน

หลังจากโบท็อกซ์หมดฤทธิ์แล้วสามารถฉีดซ้ำได้ แต่ควรเว้นระยะห่างหลังอย่างน้อย 3-5 เดือน ไม่ควรฉีดถี่จนเกินไป และหลังฉีดควรดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้โบท็อกซ์เห็นผลเต็มที่

 

ระยะเวลา อาการ/ผลลัพธ์ที่สังเกตได้
1 สัปดาห์แรก กรามเริ่มนิ่มลง เวลากัดฟันกรามเด้งน้อยลง
2 สัปดาห์ ตัวยาออกฤทธิ์ชัดขึ้น กัดฟันแล้วกรามไม่เด้ง
1 เดือน เริ่มเห็นกรามยุบลง รูปหน้าดูเรียวขึ้น
2–3 เดือน เห็นผลชัดที่สุด หน้าเรียว กรามเล็กลง
5–6 เดือน ผลค่อย ๆ ลดลง สามารถมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

อีก 2 อาทิตย์ จะรับปริญญา ทำโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามจะทันไหม ?

ถ้ามีแพลนจะออกงานต่าง ๆ เช่น งานรับปริญญา งานแต่งงาน แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามกับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า 1 เดือนล่วงหน้าได้เลย เพราะช่วง 1 เดือน จะเป็นเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์เต็มที่ ทำให้หน้าออกมาดูเรียวสวย กรอบหน้าชัด พร้อมเปิดตัวผิวสวยในวันสำคัญ

แต่ถึงแม้จะมีเวลาจำกัดเพียง 2 สัปดาห์ ก็ยังสามารถมาฉีดลดกรามได้ เพราะตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 กรามจะเริ่มนิ่มและยุบลงประมาณ 10% ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ทำควบคู่กับการลิฟต์กรอบหน้าเพื่อช่วยยกกระชับผิวให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามที่ไหนดี ?

การฉีดโบท็อกซ์กรามควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าการทำหัตถการทุกขั้นตอนทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยวิธีการเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์ก็จะมีดังนี้

  1. เลือกฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกที่มีใบอนุญาตให้เปิดสถานพยาบาล ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน รักษาความสะอาด
  2. เลือกคลินิกที่สามารถตรวจสอบตัวยาและกล่องบรรจุภัณฑ์โบท็อกซ์ว่าเป็นของแท้ รวมถึงมีการแสดงขั้นตอนการผสมยากับน้ำเกลือ และเติมยาใส่เข็มให้เราเห็นตรงหน้า
  3. ตรวจสอบรีวิวคลินิกจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นว่าคนที่เคยมาทำก่อนหน้าเราผลลัพธ์เป็นอย่างไร ทางคลินิกดูแลดีหรือไม่
  4. แพทย์ผู้ทำหัตถการควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์และใบรับรอง เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ใช่หมอกระเป๋าที่กำลังฉีดโบท็อกซ์กรามให้เรา
  5. แพทย์ที่คลินิกต้องสามารถให้คำปรึกษาและคอยติดตามผลหลังจากฉีดโบท็อกซ์

Aura Bangkok Clinic ให้บริการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามโดยแพทย์ ใช้โบท็อกซ์แท้จากบริษัทยาชั้นนำ พร้อมนัดติดตามผลและให้คำปรึกษาผ่านไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง

ปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามที่ Aura Bangkok Clinic

รีวิวโปรแกรมฉีดโบกราม

โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม รีวิวเคสกรามผู้ชายที่ Aura Bangkok Clinic โบท็อกซ์กรามผู้ชาย ลดกล้ามเนื้อกราม หน้ากระชับวีเชฟมากขึ้น โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามสำหรับผู้ชาย แพทย์ประเมินและแนะนำปริมาณยูนิตที่เหมาะสม

เคสรีวืวฉีดลดกราม โปรแกรมโบท็อกซ์ทำหัตถการโดยแพทย์ที่ Aura Bangkok Clinic รวมเคสรีวิวโปรแกรมโบท็อกซ์กราม ลดกล้ามเนื้อกรามให้หน้าเรียว V-Shape เคสรีวิวโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามที่ Aura Bangkok Clinic ทุกเคสแพทย์ของเราดูแลเอง

ราคาโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามกับAura ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท และมีราคาฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแบบเหมาขวด 100 ยูนิต เริ่มต้นตั้งแต่ 6,500-19,900 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ลูกค้าเลือก

การดูแลหลังฉีดโบท็อกซ์กราม

หลังฉีดโบกรามควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ โดยการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์จะช่วยตัวยาถูกดูดซึมลงไปได้ดียิ่งขึ้น

  • 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อกซ์ งดนอนตะแคง นอนราบ เพื่อไม่ให้ยาเคลื่อนตัวไปบริเวณที่ไม่ต้องการ
  • สำหรับโบท็อกซ์กราม หลังฉีดแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 15 นาที จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้เต็มที่
  • 4-6 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อกซ์ งดแต่งหน้าเพราะเครื่องสำอางอาจไปอุดตันรูเข็มที่ฉีดโบท็อกซ์
  • 1 วันหลังฉีดโบท็อกซ์ งดออกกำลังกาย และหากกังวลเรื่องรอยเขียวช้ำ แนะนำให้เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และวิตามินเช่น Fish oil เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี รอยช้ำจะชัดและหายช้า แอลกอฮอล์และคาเฟอีนไม่มีผลต่อตัวยา แต่ทำให้รอยช้ำชัดและหายช้าลงเท่านั้น
  • หลังฉีดทันที-2 สัปดาห์หลังฉีดโบท็อกซ์ งดทำกิจกรรมที่สัมผัสหน้ารุนแรง เช่น เครื่องนวดหน้า เครื่องล้างหน้า สครับหน้า สปาหน้า
  • หลังฉีดทันที-2 สัปดาห์หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้หน้าสัมผัสความร้อนโดยตรง เช่น เลเซอร์ อบซาวนา เพราะอาจทำให้โบท็อกซ์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่สามารถทานอาหารอุ่น อาบน้ำอุ่น เป่าผมได้ตามปกติ

ปรึกษาการปรับรูปหน้าให้ V-Shape ด้วยโปรแกรมโบกรามที่ Aura Bangkok Clinic

โบท็อกซ์กรามเป็นหัตถการเสริมความงามที่พร้อมทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น และราคาไม่แพง

สำหรับผู้ที่สนใจฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแต่ยังไม่รู้ว่าจะฉีดโบลดกรามที่ไหนดี Aura Bangkok Clinic บริการทำหัตถการโดยแพทย์ ใช้โบท็อกซ์แท้ ตรวจสอบได้ ให้คำปรึกษาประเมินหน้า ประเมินยูนิตฟรี บริการทาชายาและประคบเย็นฟรี มีนัดติดตามผลกับแพทย์เจ้าของเคส จองคิวปรึกษาแพทย์ได้ทุกสาขาได้ที่ Line OA: @botox 

อ้างอิง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม (FAQs)

Q: ฉีดโบลดกรามกี่วันเห็นผล และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน ?

A: สำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การฉีดลดกราม ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ใน 4 สัปดาห์ (ต่างจากมัดเล็กอย่างริ้วรอยที่เห็นผลใน 1-2 สัปดาห์) โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 3-5 เดือน หากเริ่มรู้สึกว่ากรามกลับมาเด้งหรือต้องการคงสภาพรูปหน้าให้เรียวสวย สามารถกลับมาทำซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์

Q: รอยเข็มหรือรอยแดงหลังฉีดโบกรามกี่วันหาย ?

A: รอยรูเข็มจะค่อย ๆ จางลงภายใน 4-6 ชั่วโมงหรือ 1 วัน ส่วนรอยแดงจะสามารถยุบและหายได้เองภายใน 1-3 วัน

Q: กรามใหญ่จากกระดูก สามารถฉีดลดกรามได้ไหม ?

A: หากกรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก การฉีดโบกรามอาจช่วยได้ในระดับที่จำกัด เนื่องจากตัวยาจะออกฤทธิ์เพื่อลดขนาดบริเวณชั้นกล้ามเนื้อเท่านั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสาเหตุที่แท้จริงและอาจแนะนำหัตถการอื่นร่วมด้วยหากปัญหามาจากกระดูก

Q: โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำพร้อมกับโปรแกรมฟิลเลอร์คาง หรือโปรแกรมลดแฟตแก้มได้ไหม ?

A: โบกรามจะเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อ ส่วนแฟตเน้นสลายไขมัน เมื่อนำมาทำร่วมกัน รวมถึงทำพร้อมกับโปรแกรมฟิลเลอร์คาง จะยิ่งช่วยปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape เรียวและสมดุลมากยิ่งขึ้น โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนลำดับการทำหัตถการให้อย่างเหมาะสม

ผ่อนบัตรเครดิต ออร่า คลินิก

โปรโมชั่นประจำเดือนนี้

ปรึกษาคุณหมอฟรี

บทความอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Key Takeaways  โบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า เป็นหัตถการที่ใช้ต…

อ่านต่อ

Key Takeaways สำหรับผู้ที่มีความกังวลเรื่องการฉีดหน้าหร…

อ่านต่อ

Key Takeaways การเลือกคลินิกหมอฉีดเองไม่ใช่พยาบาลมีความ…

อ่านต่อ

Key Takeaways การฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ในสภาพอากาศร้อนช…

อ่านต่อ

Key Takeaways การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ในหน้าร้อนสามารถ…

อ่านต่อ

Key Takeaways  คอร์สเจ้าสาวและเจ้าบ่าวคือโปรแกรมดูแลควา…

อ่านต่อ
อ่านบทความอื่น ๆ

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยเปิดโลกาสให้พนักงาม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบุคคลภายบอกแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดติดต่อได้ ส่งมายังช่องทาง รับเรื่องดังนี้

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

hr@arwn.co
ไปรษณีย์
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร

เลขานุการบริษัท

whistle@arwn.co
ไปรษณีย์
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นควานลับที่สุด และนี้ร้องเรียนสามารกร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้อง เรียน เว้นแต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้บริษัทสามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้