Key takeaway / Summary of topic answer
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม คือหัตถการปรับรูปหน้า V-Shape โดยไม่ต้องผ่าตัด อาศัยการทำงานของสาร Botulinum Toxin Type A เข้าไปคลายกล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกร เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากการใช้งานกล้ามเนื้อเคี้ยวหนักหรือนอนกัดฟัน โดยทั่วไปจะใช้ตัวยาประมาณ 50-100 ยูนิตรวมสองข้าง จะเริ่มเห็นผลกรามนิ่มลงใน 2 สัปดาห์ และยุบลงเต็มที่ใน 4 สัปดาห์ ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน 3-5 เดือน สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น เช่น ลดแฟตแก้ม หรือลิฟต์กรอบหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบตัวยาแท้ได้ และดำเนินการโดยแพทย์เพื่อป้องกันผลข้างเคียง พร้อมทั้งดูแลตัวเองหลังทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
โปรแกรม Botox ลดกราม คือหัตถการปรับรูปหน้ายอดนิยมที่ใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) มาช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณกรามและขากรรไกร การทำโปรแกรมโบท็อกซ์กรามถือเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้าบานหรือกรามใหญ่จากการใช้งานกล้ามเนื้อเคี้ยวอย่างหนัก ให้กลับมามีใบหน้าที่เรียวเล็ก V-Shape และดูกระชับขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดศัลยกรรม
สำหรับคนไหนที่สนใจโปรแกรมฉีดโบกราม แต่ยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ อีกทั้งไม่รู้ว่าหากฉีดไปแล้วจะคุ้มค่าไหม Aura Bangkok Clinic จะขอมาแชร์ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์กราม พร้อมตอบทุกคำถามที่หลายคนสงสัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง หลังเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดโบลดกรามกี่วันเห็นผล ฉีดแล้วเจ็บไหม หรือทำโปรแกรมโบท็อกซ์หน้าเรียวที่ไหนดี และราคาเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม เราได้รวบรวมคำตอบไว้ให้แล้วในบทความนี้
โปรแกรมโบท็อกซ์กราม ช่วยอะไร ?
โปรแกรมโบกราม คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) เข้าไปที่กล้ามเนื้อกราม โบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวลง หลังฉีดโบท็อกซ์กรามรูปหน้าดูเรียวขึ้น ก้อนกรามไม่เด้งขึ้นเวลากัดฟัน ยิ่งฉีดคู่กับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า ยิ่งเห็นผลชัดเจน

โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์ลดกราม ช่วยให้หน้าเรียวได้จริงไหม ?
โปรแกรมโบท็อกซ์กรามเป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยทำให้ใบหน้าเล็กเรียวได้ ยิ่งฉีดคู่กับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า จะยิ่งช่วยให้หน้าดูเรียว V-shape มากยิ่งขึ้น
อยากหน้าเรียว ต้องทำโบท็อกซ์ลดกรามเท่านั้นหรือ ?

แม้โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามจะถูกนึกถึงเป็นอันดับแรกในหมวดหมู่ของการยกกระชับปรับรูปหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาใบหน้าดูใหญ่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อกรามเพียงอย่างเดียว เนื่องจากบางกรณีอาจเกิดจากไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณแก้มและเหนียง หรือเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังร่วมด้วย
ดังนั้น หากต้องการรูปหน้า V-shape ที่มีความกระชับในทุกมิติ จะต้องเข้ารับการประเมินสาเหตุที่แท้จริงกับแพทย์ เพื่อเลือกทำหัตถการที่ตอบโจทย์ หรือทำควบคู่ไปกับเครื่องมืออื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น เช่น โปรแกรมลดแฟตแก้ม ลดแฟตเหนียง Ultraformer, Thermage, เครื่องยกกระชับ Oligio
แต่เนื่องจากแต่ละหัตถการมีจุดเด่นและข้อจำกัดต่างกัน ดังนั้นจึงควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำหัตถการนั้น ๆ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพหน้ามากที่สุด
อ่านบทความ เครื่องยกกระชับ Ultraformer ยกหน้า กระตุ้นคอลลาเจน
ร้อยไหมหน้าเรียว vs โบท็อกซ์ลดกราม
หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าทั้งการฉีดลดกรามและร้อยไหมสามารถทำให้หน้าเรียวขึ้นได้ และสามารถทำควบคู่กันได้ทั้งสองอย่าง แต่อาจจะสงสัยว่าหัตถการไหนทำให้หน้าเรียวกว่ากัน ในที่นี้ก็ต้องบอกเลยว่าทั้งสองหัตถการช่วยให้หน้าเรียวได้โดยแก้ไขปัญหาคนละจุดกัน
- โปรแกรมโบท็อกซ์กราม : เหมาะกับผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ เคี้ยวเยอะ นอนกัดฟัน กล้ามเนื้อกรามแข็ง เมื่อฉีดแล้วกล้ามเนื้อจะคลายตัวลง ใบหน้าดูเรียวขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อย บวมช้ำน้อย
- โปรแกรมร้อยไหม : เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าไม่เข้ารูป มีเหนียง แต่กล้ามเนื้อไม่ใหญ่ ร้อยไหมช่วยยกผิวให้กระชับทันทีหลังทำ แต่อาจมีความบวมช้ำและมีขั้นตอนการดูแลหลังทำมากกว่า
การทำหัตถการด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์จะช่วยแก้ปัญหากล้ามเนื้อแข็งเกร็งให้คลายตัวลง หน้าดูเรียวขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นน้อย โอกาสบวมช้ำต่ำ ยิ่งทำคู่กับเครื่องยกกระชับ ยิ่งเห็นผลชัดเจน ส่วนการร้อยไหมจะช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยให้กระชับขึ้นทันที ดังนั้นการเลือกทำหัตถการจึงขึ้นอยู่กับปัญหารูปหน้าของแต่ละบุคคล หรือสามารถทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์รูปหน้าที่เรียวเล็กลงได้อย่างเต็มที่
โปรแกรมฉีดโบกราม เหมาะกับใคร ?
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าบาน กรามใหญ่ จากการใช้กล้ามเนื้อกรามในชีวิตประจำวัน เช่น เคี้ยวเยอะ เคี้ยวอาหารแข็ง ๆ นอนกัดฟัน
- ผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ดูเรียวเล็กได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ศัลยกรรมใบหน้า
- ผู้ที่อยากหน้าเรียว กรอบหน้าชัด แต่มีเวลาจำกัด ไม่ต้องการทำหัตถการที่ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายนาน
- นอกจากนี้ การทำโปรแกรมโบท็อกซ์บริเวณกรามผู้ชายก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนุ่ม ๆ ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูคมคายและสมส่วนมากยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามเจ็บไหม ?
การทำหัตถการอย่างโปรแกรมฉีดโบกราม อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายการฉีดยาเข้าผิวทั่วไป สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความเจ็บ ที่ Aura เรามีบริการแปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนทำหัตถการทุกครั้งเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ
โดยปกติแล้วโปรแกรมฉีดโบลดกรามจะปลอดภัยหากใช้บริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยมีแพทย์เป็นผู้ทำหัตถการโบท็อกซ์ของแท้ให้ แต่ถ้าใช้บริการคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดโบท็อกซ์ปลอม หรือฉีดกับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์หรือความชำนาญมากพอ ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กราม ใช้กี่ยูนิต ?
จำนวนยูนิตขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล ขนาดใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ ตามปกติจะใช้ตั้งแต่ประมาณ 20–50 ยูนิตต่อข้าง หรือ 40–100 ยูนิตรวมสองข้าง สำหรับผลลัพธ์ โดยส่วนใหญ่มักจะเริ่มรู้สึกว่ากรามคลายตัวลงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำ
ตารางปริมาณยูนิตที่เหมาะสมต่อบริเวณ
| ขนาดกล้ามเนื้อกราม | ยูนิต/ข้าง (โดยประมาณ) | รวม 2 ข้าง (โดยประมาณ) |
| เล็ก (กรามไม่เด้งมาก) | 20–25 u | 40–50 u |
| ปานกลาง | 25–35 u | 50–70 u |
| ใหญ่ (กรามเด้งเยอะ) | 35–50 u | 70–100 u |
การให้แพทย์ประเมินหน้างานจริงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากใช้ยูนิตน้อยเกินไปอาจไม่เห็นผลชัดเจน แต่ถ้าใช้มากเกินไปอาจเสี่ยงให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไปและยิ้มหรือขยับปากได้ไม่เต็มที่
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม ทำให้ยิ้มแข็ง ๆ ยิ้มไม่สุด จริงไหม ?
หลังทำหัตถการ มีโอกาสเกิดอาการหน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด หรือมุมปากตกได้บ้าง แต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน สาเหตุมักเกิดจากแพทย์ไม่มีความชำนาญ ไม่เข้าใจสรีระของผู้เข้ารับบริการ ใช้จำนวนยูนิตที่มากเกินไป หรือใช้ตัวยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการทำโบท็อกซ์ริ้วรอย ที่หากแพทย์ประเมินปริมาณตัวยาไม่ถูกต้องก็อาจทำให้ผิวหน้าตึงจนแสดงสีหน้าได้ยากเช่นกัน
เพื่อความมั่นใจ จึงควรเลือกฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีแพทย์ชำนาญการประจำที่คลินิก ใช้ตัวยาแท้ มีนัดติดตามผล Aura มีคำแนะนำให้สังเกตอาการหลังฉีดโบท็อกซ์ เพื่อป้องกันโอกาสการเกิดผลข้างเคียง
ต้องการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เลือกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา หรือ เกาหลี ?
อีกหนึ่งคำถามที่หลาย ๆ คนมักสงสัยก็คือ ควรเลือกโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ? ในปัจจุบันที่ Aura เรามีตัวเลือกให้ผู้เข้ารับบริการได้พิจารณา ดังนี้
- Aestox (โบท็อกซ์เกาหลี) : โบท็อกซ์กระจายของตัวยาค่อนข้างแคบทำให้เหมาะสำหรับใช้ฉีดเฉพาะจุด ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัยจาก KFDA และอย. ไทย
- Nabota (โบท็อกซ์เกาหลี) : ตัวยามีความบริสุทธิ์ ออกฤทธิ์ไวกว่าโบท็อกซ์เกาหลีตัวอื่นเล็กน้อย ผลลัพธ์ตึงแน่น ให้ผลลัพธ์คุ้มค่าคุ้มราคา ทั้งยังผ่านการรับรองจาก USFDA, KFDA และ อย.ไทย อีกด้วย
- Neuronox (โบท็อกซ์เกาหลี) : โบท็อกซ์สัญชาติเกาหลีเพียงตัวเดียวที่มีตัวยาเป็น Botulinum Toxin Type A สายพันธุ์ออริจินัล (Hall A-hyper) ความบริสุทธิ์สูง ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ตึงเท่าโบท็อกซ์อเมริกา แต่ราคาเข้าถึงง่าย
- Dysport (โบท็อกซ์อังกฤษ) : ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ออกฤทธิ์ไว สามารถกระจายตัวได้กว้าง ไม่กระจุกตัว จึงเหมาะสำหรับใช้ทุกบริเวณ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น น่อง บ่า
- Allergan (โบท็อกซ์อเมริกา) : โบท็อกซ์ยี่ห้อแรกของโลกจากประเทศอเมริกา ตัวยามีความบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์ไว ทั้งยังกระจายตัวแคบ ได้รับความนิยมทั่วโลก
ที่ Aura Bangkok Clinic เราเลือกใช้ตัวยาจากบริษัทยาชั้นนำที่ผ่านการรับรองจาก อย.ไทย และได้รับการรับรองความปลอดภัยทุกยี่ห้อ โดยหากต้องการเปรียบเทียบว่าแต่ละแบรนด์โบท็อกซ์มีราคาเริ่มต้นกี่บาท และเมื่อฉีดไปแล้วผลลัพธ์ของโบท็อกซ์อยู่ได้กี่เดือน สามารถตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นได้ตามตารางด้านล่างนี้
ตารางเปรียบเทียบยี่ห้อโบท็อกซ์
| ยี่ห้อ | ประเทศ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | ผลอยู่ได้นาน (เดือน) | จุดเด่นหลัก |
| Allergan | อเมริกา | 17,990 | 3–5 | บริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อยาน้อย นิยมทั่วโลก |
| Xeomin | เยอรมนี | 15,990 | 3–5 | บริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนเจือปน ลดโอกาสดื้อยา |
| Dysport | อังกฤษ | 14,500 | 3–5 | กระจายตัวดี เหมาะกับกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ |
| Nabota | เกาหลี | 8,500 | 3–5 | ออกฤทธิ์ไว คุ้มราคา ผ่าน USFDA, KFDA, อย.ไทย |
| Neuronox | เกาหลี | 7,500 | 3–5 | สายพันธุ์ออริจินัล ให้ผลแม่นยำ |
| Aestox | เกาหลี | 6,500 | 3–5 | กระจายตัวแคบ เหมาะฉีดเฉพาะจุด ผิวเรียบเนียน |
หมายเหตุ: การเลือกยี่ห้อควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ โดยดูจากงบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องการให้ผลอยู่ ความเสี่ยง และตำแหน่งที่ต้องการทำหัตถการ
กลัวโบท็อกซ์ปลอม ต้องตรวจสอบอย่างไร ?
โปรแกรมการฉีดโบกรามเพื่อยกกระชับปรับหน้าให้เรียว จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยได้ก็ต่อเมื่อใช้ตัวยาแท้ สำหรับวิธีเช็กและการสังเกตว่าตัวยาเป็นของแท้หรือไม่ สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
การเช็กภายนอกกล่องผลิตภัณฑ์
- บนกล่องโบท็อกซ์จะต้องมีข้อมูลพื้นฐานของโบท็อกซ์ขวดนั้นระบุไว้อยู่ เช่น เลข Lot ที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตและวันที่ยาหมดอายุ บริษัทที่ผลิตโบท็อกซ์ และบริษัทที่นำเข้าโบท็อกซ์ สัญลักษณ์ยาควบคุมพิเศษ
- มีเลขทะเบียนอย. ข้างกล่องเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าโบท็อกซ์ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย
- บนกล่องโบท็อกซ์บางยี่ห้อมี QR Code สำหรับสแกนเช็กข้อมูลของโบท็อกซ์และบริษัทที่นำเข้าโบท็อกซ์ได้
- หากซื้อโบท็อกซ์แบบเหมาขวด
- กล่องโบท็อกซ์จะต้องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ และไม่มีร่องรอยการแกะกล่อง
- โบท็อกซ์บางยี่ห้อที่มีซีลใสปิดคลุมกล่องไว้ ซีลจะต้องใหม่ ไม่ผ่านการดึงออก
- โบท็อกซ์บางยี่ห้อจะเป็นกล่องแบบมีรอยปะ ถ้าแกะแล้วไม่สามารถประกอบคืนรูปได้ ก็จะต้องดูด้วยว่ากล่องมีการแกะรอยปะไหม
การเช็กภายในกล่องโบท็อกซ์
- เลข Lot ที่ผลิตบนกล่องโบท็อกซ์ และเลข Lot บนขวดโบท็อกซ์จะต้องตรงกัน
- มีเอกสารกำกับยาฉบับภาษาไทย
- ตัวยาในขวดจะมีลักษณะเป็นผงผลึกสุญญากาศเพื่อให้แพทย์ผสมกับน้ำเกลือก่อนฉีดเท่านั้น ในปัจจุบันไม่มีโบท็อกซ์แท้ที่มีลักษณะเป็นน้ำหรือผงทา
โปรแกรมฉีดโบลดกราม กี่วันเห็นผล ?
การเข้าใช้บริการโปรแกรมโบท็อกซ์กราม ส่วนมากจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในช่วงสัปดาห์ที่ 4 โดยขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ ความเข้มข้นของโบท็อกซ์ที่ฉีด และการตอบสนองของร่างกาย ผลลัพธ์หลังฉีดโบท็อกซ์กราม อยู่ได้นานแค่ไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง โดยทั่วไปแล้วโบท็อกซ์จะคงอยู่ประมาณ 3-5 เดือน
หลังจากโบท็อกซ์หมดฤทธิ์แล้วสามารถฉีดซ้ำได้ แต่ควรเว้นระยะห่างหลังอย่างน้อย 3-5 เดือน ไม่ควรฉีดถี่จนเกินไป และหลังฉีดควรดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้โบท็อกซ์เห็นผลเต็มที่
| ระยะเวลา | อาการ/ผลลัพธ์ที่สังเกตได้ |
| 1 สัปดาห์แรก | กรามเริ่มนิ่มลง เวลากัดฟันกรามเด้งน้อยลง |
| 2 สัปดาห์ | ตัวยาออกฤทธิ์ชัดขึ้น กัดฟันแล้วกรามไม่เด้ง |
| 1 เดือน | เริ่มเห็นกรามยุบลง รูปหน้าดูเรียวขึ้น |
| 2–3 เดือน | เห็นผลชัดที่สุด หน้าเรียว กรามเล็กลง |
| 5–6 เดือน | ผลค่อย ๆ ลดลง สามารถมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์ |
อีก 2 อาทิตย์ จะรับปริญญา ทำโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามจะทันไหม ?
ถ้ามีแพลนจะออกงานต่าง ๆ เช่น งานรับปริญญา งานแต่งงาน แนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามกับโบท็อกซ์ลิฟต์กรอบหน้า 1 เดือนล่วงหน้าได้เลย เพราะช่วง 1 เดือน จะเป็นเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์เต็มที่ ทำให้หน้าออกมาดูเรียวสวย กรอบหน้าชัด พร้อมเปิดตัวผิวสวยในวันสำคัญ
แต่ถึงแม้จะมีเวลาจำกัดเพียง 2 สัปดาห์ ก็ยังสามารถมาฉีดลดกรามได้ เพราะตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 กรามจะเริ่มนิ่มและยุบลงประมาณ 10% ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ทำควบคู่กับการลิฟต์กรอบหน้าเพื่อช่วยยกกระชับผิวให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น
โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามที่ไหนดี ?
การฉีดโบท็อกซ์กรามควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าการทำหัตถการทุกขั้นตอนทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยวิธีการเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์ก็จะมีดังนี้
- เลือกฉีดโบท็อกซ์กับคลินิกที่มีใบอนุญาตให้เปิดสถานพยาบาล ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน รักษาความสะอาด
- เลือกคลินิกที่สามารถตรวจสอบตัวยาและกล่องบรรจุภัณฑ์โบท็อกซ์ว่าเป็นของแท้ รวมถึงมีการแสดงขั้นตอนการผสมยากับน้ำเกลือ และเติมยาใส่เข็มให้เราเห็นตรงหน้า
- ตรวจสอบรีวิวคลินิกจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นว่าคนที่เคยมาทำก่อนหน้าเราผลลัพธ์เป็นอย่างไร ทางคลินิกดูแลดีหรือไม่
- แพทย์ผู้ทำหัตถการควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์และใบรับรอง เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่ใช่หมอกระเป๋าที่กำลังฉีดโบท็อกซ์กรามให้เรา
- แพทย์ที่คลินิกต้องสามารถให้คำปรึกษาและคอยติดตามผลหลังจากฉีดโบท็อกซ์
Aura Bangkok Clinic ให้บริการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามโดยแพทย์ ใช้โบท็อกซ์แท้จากบริษัทยาชั้นนำ พร้อมนัดติดตามผลและให้คำปรึกษาผ่านไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง
รีวิวโปรแกรมฉีดโบกราม
ราคาโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม
โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์กรามกับAura ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท และมีราคาฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแบบเหมาขวด 100 ยูนิต เริ่มต้นตั้งแต่ 6,500-19,900 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ลูกค้าเลือก
การดูแลหลังฉีดโบท็อกซ์กราม
หลังฉีดโบกรามควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ โดยการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์จะช่วยตัวยาถูกดูดซึมลงไปได้ดียิ่งขึ้น
- 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อกซ์ งดนอนตะแคง นอนราบ เพื่อไม่ให้ยาเคลื่อนตัวไปบริเวณที่ไม่ต้องการ
- สำหรับโบท็อกซ์กราม หลังฉีดแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 15 นาที จะช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้เต็มที่
- 4-6 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อกซ์ งดแต่งหน้าเพราะเครื่องสำอางอาจไปอุดตันรูเข็มที่ฉีดโบท็อกซ์
- 1 วันหลังฉีดโบท็อกซ์ งดออกกำลังกาย และหากกังวลเรื่องรอยเขียวช้ำ แนะนำให้เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และวิตามินเช่น Fish oil เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี รอยช้ำจะชัดและหายช้า แอลกอฮอล์และคาเฟอีนไม่มีผลต่อตัวยา แต่ทำให้รอยช้ำชัดและหายช้าลงเท่านั้น
- หลังฉีดทันที-2 สัปดาห์หลังฉีดโบท็อกซ์ งดทำกิจกรรมที่สัมผัสหน้ารุนแรง เช่น เครื่องนวดหน้า เครื่องล้างหน้า สครับหน้า สปาหน้า
- หลังฉีดทันที-2 สัปดาห์หลังฉีดโบท็อกซ์ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้หน้าสัมผัสความร้อนโดยตรง เช่น เลเซอร์ อบซาวนา เพราะอาจทำให้โบท็อกซ์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แต่สามารถทานอาหารอุ่น อาบน้ำอุ่น เป่าผมได้ตามปกติ
ปรึกษาการปรับรูปหน้าให้ V-Shape ด้วยโปรแกรมโบกรามที่ Aura Bangkok Clinic
โบท็อกซ์กรามเป็นหัตถการเสริมความงามที่พร้อมทำให้ใบหน้าดูเรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เห็นผลเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น และราคาไม่แพง
สำหรับผู้ที่สนใจฉีดโบท็อกซ์ลดกรามแต่ยังไม่รู้ว่าจะฉีดโบลดกรามที่ไหนดี Aura Bangkok Clinic บริการทำหัตถการโดยแพทย์ ใช้โบท็อกซ์แท้ ตรวจสอบได้ ให้คำปรึกษาประเมินหน้า ประเมินยูนิตฟรี บริการทาชายาและประคบเย็นฟรี มีนัดติดตามผลกับแพทย์เจ้าของเคส จองคิวปรึกษาแพทย์ได้ทุกสาขาได้ที่ Line OA: @botox
อ้างอิง
- Facial Aesthetics. Botox For Jaw Slimming: What To Know And What To Expect. (2022, Dec 21). https://facialaestheticsinc.com/blog/botox-for-jaw-slimming-what-you-need-to-know-and-what-you-should-expect/
- Shridharani SM, et al. Improving Neck and Jawline Aesthetics With OnabotulinumtoxinA by Minimizing Platysma Muscle Contraction Effects: Efficacy and Safety Results in a Phase 3 Randomized, Placebo-Controlled Study. (2025, Jan 16). https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39475141/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมโบท็อกซ์ลดกราม (FAQs)
Q: ฉีดโบลดกรามกี่วันเห็นผล และต้องทำซ้ำบ่อยแค่ไหน ?
A: สำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การฉีดลดกราม ตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 2 สัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ใน 4 สัปดาห์ (ต่างจากมัดเล็กอย่างริ้วรอยที่เห็นผลใน 1-2 สัปดาห์) โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 3-5 เดือน หากเริ่มรู้สึกว่ากรามกลับมาเด้งหรือต้องการคงสภาพรูปหน้าให้เรียวสวย สามารถกลับมาทำซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์
Q: รอยเข็มหรือรอยแดงหลังฉีดโบกรามกี่วันหาย ?
A: รอยรูเข็มจะค่อย ๆ จางลงภายใน 4-6 ชั่วโมงหรือ 1 วัน ส่วนรอยแดงจะสามารถยุบและหายได้เองภายใน 1-3 วัน
Q: กรามใหญ่จากกระดูก สามารถฉีดลดกรามได้ไหม ?
A: หากกรามใหญ่จากโครงสร้างกระดูกเป็นหลัก การฉีดโบกรามอาจช่วยได้ในระดับที่จำกัด เนื่องจากตัวยาจะออกฤทธิ์เพื่อลดขนาดบริเวณชั้นกล้ามเนื้อเท่านั้น แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสาเหตุที่แท้จริงและอาจแนะนำหัตถการอื่นร่วมด้วยหากปัญหามาจากกระดูก
Q: โปรแกรมโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำพร้อมกับโปรแกรมฟิลเลอร์คาง หรือโปรแกรมลดแฟตแก้มได้ไหม ?
A: โบกรามจะเน้นลดขนาดกล้ามเนื้อ ส่วนแฟตเน้นสลายไขมัน เมื่อนำมาทำร่วมกัน รวมถึงทำพร้อมกับโปรแกรมฟิลเลอร์คาง จะยิ่งช่วยปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape เรียวและสมดุลมากยิ่งขึ้น โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนลำดับการทำหัตถการให้อย่างเหมาะสม











