Glass Skin

Glass Skin เทรนด์งานผิวยอดฮิต หัตถการไหนช่วยให้ผิวกระจก สวยใสได้บ้าง?

25/05/2026

top banner dara mobile novembor

ในยุคนี้ผิวที่ดีคือ Glass Skin ชุ่มชื่น ดูฉ่ำน้ำ ผิวเล่นแสง อวบอิ่ม หลายคนใฝ่ฝันที่จะมีผิวใส Glass Skin เหมือนสาวเกาหลี หรือดารา อินฟลูเอนเซอร์ ในบทความนี้ Aura Bangkok Clinic จะมาแนะนำวิธีบำรุงผิวให้ Glass Skin ผิวใสเนียนราวกับสาวญี่ปุ่นก่อนมาแชร์กัน


Glass Skin คืออะไร?

Glass Skin คือลักษณะของผิวที่กระจ่างใส เรียบเนียน มีความชุ่มชื้นเปล่งปลั่ง ไม่หยาบกร้าน ดูอิ่มน้ำ และไม่มีริ้วรอยจุดด่างดำที่มองเห็นได้ชัด ให้ความรู้สึกเหมือนผิวสะท้อนแสง ในบางคนจึงอาจเรียกว่า “ผิวกระจก”

โดยเทรนด์ผิว Glass Skin นี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเกาหลี ลุคผิวดูสุขภาพดี ทำให้ผิว Glass Skin กลายเป็นเทรนด์ที่นิยมไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน

Glass Skin คืออะไร?


Glass Skin ต่างจากหน้ามันยังไง?

ผิว Glass Skin เป็นผิวที่ดูแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็นผิวที่ผ่านการบำรุงมาเป็นอย่างดีทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ใบหน้าชุ่มชื้นอิ่มน้ำ ดูสดใสมีออร่า สามารถเผยผิวจริง หรือโชว์หน้าสดได้โดยไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าหนาๆ

ในขณะที่หน้ามันนั้นเกิดจากความมันส่วนเกินบนใบหน้า จะเห็นเป็นชั้นน้ำมันและรูขุมขนอย่างชัดเจน ผิวมีความมันเป็นเมือก ดูเหนอะหนะหรือเห็นคราบเครื่องสำอางเป็นจุด ๆ ภาพรวมใบหน้าดูหมอง ไม่ออร่า จึงเป็นความแตกต่างระหว่างหน้ามันและ Glass Skin ที่เห็นได้ชัดนั่นเอง

Glass Skin ต่างจากหน้ามันยังไง?


8 วิธีช่วยสร้าง Glass Skin หน้าฉ่ำวาว มีออร่า

นอกจากการบำรุงผิวจากภายในแล้ว หากต้องการมีผิวกลาสสกินแบบเร่งด่วน พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนบำรุงผิวไปในตัว ขอแนะนำ 9 หัตถการสร้าง Glass Skin ดังต่อไปนี้

8 วิธีช่วยสร้าง Glass Skin หน้าฉ่ำวาว มีออร่า

1. เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส เป็นการฉีดวิตามิน เช่น วิตามิน C,A,B หรือสารสกัดเข้าไปในผิวชั้นกลาง เพื่อฟื้นฟู ซ่อมแซม และบำรุงผิวให้ฟื้นคืนจากภายใน ช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ปรับใบหน้าหมองคล้ำให้กลายเป็นผิวขาวกระจ่างใส ลดรอยสิว ฝ้า กระ ใบหน้าดูเรียบเนียนมากขึ้น ปรับผิวให้ชุ่มชื้น

เมโสหน้าใส

การฉีดเมโสทำหน้าใส ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 2-4 สัปดาห์ สามารถฉีดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ หรือตามคำแนะนำของแพทย์

เช็กเลย! เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่?

2. ฉีด Skin Reboot

โปรแกรม Skin Reboot เป็นการฟื้นฟูผิวหน้าแห้งกร้าน โทรม หรือผิวหมองคล้ำ และช่วยซ่อมแซม บำรุงผิวและปรับสภาพผิวให้สมดุล ด้วยการดีทอกซ์สารพิษที่เป็นสาเหตุของผด ผื่น ริ้วรอยต่าง ๆ ก่อนจะเร่งกระบวนการเผาผลาญเพื่อให้ตัวยามาเด้คอลลาเจนกระจายได้ทั่วบริเวณใบหน้า จากนั้นก็จะเริ่มฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอ สร้างวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อผิว และปรับสมดุลผิวให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการทำมาเด้คอลลาเจนคือผิวจะดูแข็งแรง เรียบเนียน รอยสิวลดลง ปรับรูขุมขนผิวให้ละเอียดกระชับมากยิ่งขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว ได้ผิว Glass Skin ดูสุขภาพดี เพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง แนะนำให้ทำมาเด้คอลลาเจนสัปดาห์ละครั้งในช่วงแรก เมื่อผิวแข็งแรงดีแล้ว สามารถปรับการทำเป็นเดือนละ 2-3 ครั้งได้

3. ดริปวิตามินผิว

การดริปวิตามินผิว (IV Drip) ถึงแม้จะไม่ใช่หัตถการที่ทำกับใบหน้าโดยตรง แต่ก็เป็นการบำรุงผิวองค์รวมให้สว่างขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ ซึ่งการดริปวิตามินจะเป็นการฉีดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง วิธีนี้จะทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ได้เต็มที่มากขึ้น ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ส่งผลให้ผิวเรียบเนียนและดูกระจ่างใส

สำหรับคนที่อยากมีผิว Glass Skin ก็จะมีการดริปวิตามินผิวสูตรที่เน้นผิวฉ่ำโดยเฉพาะ อย่าง ‘Glow Skin’ สูตรเฉพาะของ Aura Bangkok Clinic โดยจะเป็นการฉีดสารตั้งต้นของกลูต้าไธโอน ส่งผลให้ผิวดูเด้ง อิ่มน้ำ และปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น

ดริปวิตามินผิว

4. ฉีดรีจูรัน

การฉีดรีจูรัน (Rejuran) เป็นการนำสารสกัด Polynucleotide เข้มข้น ซึ่งเป็นสารที่สกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอน ฉีดบริเวณใบหน้าลงไปถึงชั้นหนังแท้ เพื่อฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ หน้าโทรม มีริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน เร่งกระบวนการเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ และเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นผิว ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวเรียบเนียน ดูชุ่มชื้น รูขุมขนตื้นขึ้น ผิวอิ่มฟูฉ่ำน้ำ ดู Glass Skin อย่างเห็นได้ชัด

เพื่อการฟื้นฟูผิวอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกควรฉีดรีจูรันทุก 1 เดือนให้ครบ 4 ครั้ง จากนั้นจึงสามารถกลับมาทำซ้ำได้ทุก 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล

5. Belotero Revive

Belotero Revive เป็นการฉีดสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid ที่ผสมกับ Glycerol ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน และยังมี Glycerol ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และด้วยเนื้อฟิลเลอร์ที่อ่อน แนบไปกับผิว ทำให้เป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ในด้านงานผิวมากกว่าการปรับรูปหน้า ช่วยเติมเต็มหลุมสิว รูขุมขนให้ตื้นกระชับมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์ผิวกระจก Belotero Revive ยังมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน ดูฉ่ำฟู อิ่มน้ำ Glass Skin ผิวเงากระจ่างใสดูสุขภาพดี ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 8-10 เดือน

Belotero Revive

6. ฉีด Radiesse

Radiesse เป็นการฉีดสาร CaHA Microsphere เพื่อให้ไปกระตุ้นการสร้างเส้นใยผิวใหม่ (Regenerative Biostimulator) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่โทรม มีริ้วรอย ให้ดูกระชับมากขึ้น ผิวละเอียดเรียบเนียน ยืดหยุ่น ดูเด็กลง และปรับผิวให้แข็งแรง มี Skin Quality มากยิ่งขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี

7. Sculptra

Sculptra เป็นการฉีดสารสกัด Poly-L-Lactic (PLLA-SCA) ลงไปในชั้นผิว Subcataneous เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และสร้างเซลล์ผิวใหม่ ส่งผลให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน อิ่มฟู ใบหน้าเปล่งปลั่ง ดูสุขภาพดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้ผิวยกกระชับ ผิวแข็งแรง ริ้วรอยลดลง เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อีกด้วย

Sculptra ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 2 ปี สามารถฉีดได้หลายบริเวณ ทั้งใบหน้า หลังมือ สะโพก หรือบริเวณคอ เพื่อแก้ปัญหาผิวรอบคอเหี่ยวได้ ถึง sculptra จะไม่ได้ช่วยให้ผิวฉ่ำเงา แต่การเติมเต็มผิวด้วย sculptra ก็ช่วยให้สุขภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้น สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน แนะนำทำควบคู่กับโปรแกรม Skin Booster สูตรอื่นๆ

8. Pico Laser

ผิวจะ Glass Skin ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น นอกจากผิวกระจ่างใสแล้ว ก็ต้องดูเรียบเนียน ไม่มีริ้วรอยที่เห็นได้ชัดด้วย โดย Pico Laser เป็นโปรแกรมที่ช่วยลดปัญหาหลุมสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ และรูขุมขนกว้างได้เป็นอย่างดี

Pico laser คืออะไร?

ซึ่งปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่าง Pico Majesty จากประเทศเกาหลีที่สามารถปล่อยพลังงานสูงและเสถียร ช่วยกระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย หลุมสิวตื้น ๆ รอยสิว จุดด่างดำ ฝ้า กระ รอยดำรอยแดงโดยที่ไม่ทำลายผิวส่วนอื่น ทั้งยังมีกระบวนการฟื้นฟูคอลลาเจนและอีลาสติน ให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ทำควบคู่กับโปรแกรม Skin Booster สูตรอื่นๆ เพื่อผิว Glass Skin ขั้นสุด


วิธีการดูแลตัวเองให้มีผิวแบบ Glass Skin ในระยะยาว

หัตถการเป็นสิ่งที่มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว และให้ผลลัพธ์ไว แต่เพื่อให้ผิว Glass Skin อยู่ได้ในระยะยาว แนะนำให้มีการดูแลตัวเองเพิ่มเติม ดังนี้

  • หมั่นทาครีมกันแดดทุกวัน โดยควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 50 PA++++ ขึ้นไป
  • บำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว
  • ดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อคงความชุ่มชื่น และเติมน้ำให้ผิวในระหว่างวัน
  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้เต็มที่
  • ใช้คลีนซิ่งที่เหมาะกับสภาพผิว ลดการใช้สำลีในการทำความสะอาดผิวหน้า หรือเช็ดหน้าอย่างอ่อนโยนเพื่อลดการระคายเคืองที่ผิว
  • ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic acid, Glycerol, Niaciamide และวิตามินซี เพื่อบำรุงผิวให้กระจ่างใส เสริมความแข็งแรง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • รับประทานผัก ผลไม้ เพื่อให้วิตามินจากผักผลไม้เข้าไปบำรุงร่างกาย ปรับผิวแข็งแรงจากภายใน

วิธีการดูแลตัวเองให้มีผิวแบบ Glass Skin ในระยะยาว


สรุป

Glass Skin เป็นผิวในฝันที่ไม่ว่าใครก็อยากมี ซึ่งนอกจากการบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ต่าง ๆ แล้ว การทำหัตถการก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะปรับผิวให้กระจ่างใส ฉ่ำวาว อิ่มฟูเหมือนผิวกระจกได้ แต่การทำหัตถการให้ปลอดภัยนั้น ควรทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ยาแท้ และทำหัตถการโดยแพทย์เท่านั้น

Aura Bangkok Clinic ให้บริการหัตถการเปลี่ยนผิวหมองให้เงาใส Glass Skin แบบปลอดภัย ทุกเคสดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ยาแท้ ตรวจสอบได้ แกะกล่องต่อหน้าผู้เข้ารับบริการ มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะสวยงาม เป็นธรรมชาติ และตรงกับความต้องการของคุณที่สุด

โปรแกรมหน้าใส


คำถามที่พบบ่อย

Q : Glass Skin ต่างจากผิวขาวยังไง?

A : ผิว Glass Skin จะเน้นไปที่ความกระจ่างใส ดูฉ่ำวาว สะท้อนแสงเหมือนกระจก ผิวดูอิ่มน้ำ ในขณะที่ผิวขาวคือ เฉดสีผิวที่ขาวสว่าง ขาวอมเหลือง หรือขาวอมชมพู

Q : หัตถการอะไรที่ทำให้ผิวดู Glass Skin มากที่สุด?

A : เมโสหน้าใส Skin Booster รีจูรัน เป็น 3 หัตถการที่เหมาะจะใช้ฟื้นฟูผิวเพื่อเตรียมผิวให้ Glass Skin เพราะช่วยบำรุงผิว เติมความชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวอิ่มฟู สุขภาพดี จุดด่างดำ และรอยดำรอยแดงจากสิวลดลง ผิวโดยรวมดูดีขึ้น

โปรโมชั่นประจำเดือนนี้

Glass Skin

ปรึกษาคุณหมอฟรี

บทความอื่นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคยไหม…รู้สึกว่าผิวหมอง โทรม แห้งกร้าน ถึงแม้จะบำรุงด้ว…

อ่านต่อ

เมโสหน้าใส หัตถการที่ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดจุดด่างด…

อ่านต่อ

ใครเคยเป็นสิวจะรู้ว่าการรักษาสิวให้หายเป็นเรื่องที่ไม่ง…

อ่านต่อ

สิว รอยสิว จุดด่างดำ เป็นปัญหาที่อยู่คู่หนุ่มๆ สาวๆ มาท…

อ่านต่อ
อ่านบทความอื่น ๆ

ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยเปิดโลกาสให้พนักงาม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และบุคคลภายบอกแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ โดยผู้ร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดติดต่อได้ ส่งมายังช่องทาง รับเรื่องดังนี้

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

hr@arwn.co
ไปรษณีย์
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร

เลขานุการบริษัท

whistle@arwn.co
ไปรษณีย์
บริษัท ออร่าเวลเนส จำกัด
100/14 อาคารสาทรนครทาวเวอร์ ชั้นที่ 11
ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ การร้องเรียนจะถือเป็นควานลับที่สุด และนี้ร้องเรียนสามารกร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนผู้ร้อง เรียน เว้นแต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้บริษัทสามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้