Key Takeaways
ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ 1 cc มีปริมาตรเท่ากับ 1 มิลลิลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการเติมเต็มริ้วรอยและปรับรูปหน้าในจุดที่ไม่ได้ต้องการวอลลุ่มมาก เช่น ริมฝีปาก คาง ใต้ตา หน้าแก้ม และร่องแก้ม โดยปริมาณที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละบริเวณจะขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่ของผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปอาจอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และสามารถฉีดสลายออกได้หากต้องการแก้ไข สำหรับราคาจะแตกต่างกันไปตามแบรนด์ เช่น Neuramis, Juvederm และ Restylane
โปรแกรมฟิลเลอร์ ถือเป็นหัตถการลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความเรียบเนียน เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทั้งยังสามารถช่วยปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งในการทำหัตถการ ฟิลเลอร์เพียง 1 cc ก็อาจเพียงพอที่จะช่วยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในจุดที่ไม่ต้องการเติมเต็มปริมาณมาก หรือมีปัญหาริ้วรอยร่องลึกเพียงเล็กน้อย เช่น บริเวณริมฝีปาก คาง และหน้าแก้ม
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ หรือกำลังสงสัยว่าควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี และสามารถใช้ตรงบริเวณไหนได้บ้าง รวมถึงราคาจะอยู่ที่กี่บาท ถึงจะเพียงพอต่อการปรับสภาพผิว สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนี้
โปรแกรมเติมฟิลเลอร์ ใช้ปริมาณ 1 cc เยอะแค่ไหน ?
ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม 1 กล่อง โดยทั่วไปจะบรรจุเนื้อฟิลเลอร์ปริมาณ 1 cc ในจำนวน 1 ไซริงก์ (1 หลอด) ซึ่งปริมาณนี้จะแปลงได้เท่ากับ 1 มิลลิลิตร (ml.) แต่หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดเจน จะมีขนาดเทียบเท่ากับเหรียญ 1 บาท ซึ่งแม้จะดูเหมือนไม่เยอะ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ถือว่าเพียงพอสำหรับการดูแลรูปหน้าในหลาย ๆ จุด แถมยังให้มีความสมดุล แลดูเรียบเนียน และได้ผิวที่อิ่มฟูขึ้น
ปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับใช้ในโปรแกรมเติมฟิลเลอร์แต่ละจุด ?
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ คือการเติมสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปสู่ผิวในบริเวณที่มีปัญหา โดยฟิลเลอร์ปริมาณ 1 cc สามารถดูแลได้หลายตำแหน่ง ซึ่งในแต่ละตำแหน่งจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งนี้ ในจุดที่ผิวมีการยุบตัวของกระดูกหรือมีริ้วรอยร่องลึกมากเป็นพิเศษ ปริมาณ 1 cc อาจไม่เพียงพอ ขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคลโดยแพทย์ที่ดูแลเคสนั้น ๆ
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ใช้ 1 cc จะช่วยปรับให้ผิวปากมีความเรียบเนียน อิ่มฟู ทาลิปสติกไม่ตกร่อง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ปากไม่แห้งแตกหรือลอกเป็นขุย หรือสามารถใช้ปริมาณฟิลเลอร์ได้ถึง 2 cc ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน สำหรับทรงปากสายฝอที่ต้องการความอวบอิ่มมากเป็นพิเศษ นิยมใช้ปริมาณฟิลเลอร์ 2 cc เพื่อความอวบอิ่มของปากบนและล่าง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1 cc จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาใต้ตาไม่หนักมาก หรือต้องการเติมริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตา ถ้ามีตาลึกโหลหรือคนที่มีผิวใต้ตาดำคล้ำ ที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อทำงานหนัก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ได้ถึง 2-4 cc สำหรับคนที่อายุเยอะ เบ้าตาลึก กระดูกและผิวบางลง มีร่องน้ำตา แนะนำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคู่กับโปรแกรมฟิลเลอร์หน้าแก้ม จะช่วยเพิ่มวอลลุ่มและแก้ปัญหาถุงใต้ตาได้ด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ 1 cc เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องขมับตอบเล็กน้อย ผิวไม่สม่ำเสมอกัน ถ้ามีปัญหาขมับเว้า โหนกแก้มใหญ่ จนทำให้ใบหน้าดุ หน้าซูบ หน้าโทรม ควรใช้ผลิตภัณฑ์ 2-4 cc ขึ้นไป ถึงจะสามารถช่วยเพิ่มมิติให้แก่ใบหน้า ลดความโดดเด่นของโหนกแก้มลง ปรับหน้าเหลี่ยมให้ดูมีความหวานละมุน ได้สัดส่วน ทั้งยังช่วยให้แลดูเด็กลงอีกด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1 cc
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ cc ถึงจะเห็นผล จริง ๆ แล้วแค่ 1 cc ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ แต่จะเหมาะสำหรับการเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึกบริเวณร่องข้างจมูกให้อิ่มฟูมากขึ้น เหมาะกับคนที่เริ่มมีร่องแก้ม ถ้าเป็นคนที่มีอายุหรือร่องแก้มชัดมาก แนะนำฟิลเลอร์ 2-4 cc โดยสาเหตุที่ทำให้ผิวบริเวณนี้หย่อนคล้อยลง เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุมากขึ้นทำให้ปริมาณกระดูกบริเวณร่องแก้มลดลง แสดงสีหน้าบ่อยผิวขาดความชุ่มชื้น มีไขมันสะสมมากทำให้แก้มห้อย เป็นต้น สามารถใช้การเติมฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อแก้ไขได้
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง 1 cc ช่วยเพิ่มมิติได้ดี ใบหน้ามีความเรียวสวย ส่วนในผู้ที่ต้องการเติมเต็มคางบุ๋ม หน้าสั้นคางตัด แนะนำให้ใช้สารเติมเต็มที่ 2 cc ขึ้นไป หรือฉีดพร้อมกันกับโปรแกรมฟิลเลอร์กรอบหน้า จะช่วยปรับรูปคางให้สวยละมุนยิ่งขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้ม 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าแก้มใช้กี่ cc ? สำหรับบริเวณนี้ จำนวน 1 cc ยังถือว่าเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มทรุด เนื้อแก้มยุบเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการที่ผิวหย่อน ไม่กระชับ โดยหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง แก้มมีความอิ่มฟูมากขึ้น ผิวสดใส ช่วยให้ใบหน้าแลดูเด็กลง สามารถทำคู่กับโปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบเพื่อปรับสมดุลบนใบหน้า หรือทำคู่กับโปรแกรมฟิลเลอร์แก้มส้มจะช่วยเพิ่มมิติให้มากขึ้นได้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ 1 cc
โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบ เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มตอบ แก้มยุบลงไปเป็นแอ่ง หรือมีใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม 1 cc จะเข้าไปช่วยเติมเต็มให้ดูสมดุลมากขึ้น แต่โดยทั่วไปจะฉีดแก้มทั้งสองข้าง เพื่อให้ใบหน้าสมดุลกัน ทำให้อาจต้องใช้ในปริมาณ 2-4 cc ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน สำหรับโปรแกรมฟิลเลอร์แก้มตอบช่วยปรับหน้าให้ดูอิ่มฟู ใบหน้าดูสดใส ไม่ซูบโทรม และหน้าดูเด็กมากขึ้น
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม 1 cc
โปรแกรมฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 cc จะฉีดบริเวณระหว่างใต้ตากับแก้มและโหนกแก้มกับจมูก ช่วยเสริมให้ใบหน้าดูมีมิติ อิ่มฟู กระชับมากขึ้น เนื่องจากคนที่มีแก้มส้มน้อย (แก้มส่วนที่โค้งขึ้นเหมือนผลส้มเมื่อยิ้ม) หรือมีกระดูกและไขมันยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น ใบหน้ามักจะดูโทรม เรียบแบบ ไร้มิติ นอกจากนี้ ฟิลเลอร์แก้มส้มยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องแก้ม และร่องน้ำตาอีกด้วย
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์กรอบหน้า หรือโปรแกรมฟิลเลอร์สันกราม อาจใช้ที่ประมาณ 1-4 cc ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และผลลัพธ์ที่ต้องการ สำหรับคนที่มีปัญหาหน้าเบี้ยว ไม่เท่ากัน จะช่วยปรับรูปหน้าให้มีความสมส่วนมากขึ้น ฟิลเลอร์กรอบหน้านิยมฉีดคู่กับฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับความยาวของใบหน้าให้ได้รูปมากขึ้น ดูเนียนเป็นธรรมชาติ และช่วยให้หน้าดูคม กรอบชัด เห็น Jawline สวยงามสามารถฉีดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก 1 cc
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก 1 cc เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาร่องน้ำหมากตื้น ๆ มุมปากตก ซึ่งทำให้หน้าดูดุตลอดเวลา สำหรับคนแก่ที่ร่องน้ำหมากชัด เห็นเป็นร่องลึก อาจใช้ฟิลเลอร์ได้ถึง 2-3 cc เพื่อเติมเต็มร่องลึกให้ตื้นขึ้น ข้อดีของฟิลเลอร์ร่องน้ำหมากคือช่วยแก้ปัญหาหน้าแก่กว่าวัย ทั้งยังช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น และช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อยขึ้น ลดมุมปากคว่ำ ช่วยให้ใบหน้ามีความซอฟต์ ละมุน
โปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc อยู่ได้นานกี่เดือน ?
หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ 1 cc หากเป็นฟิลเลอร์แท้ ผ่านมาตรฐาน อย.ไทย เช่น Restylane, Neuramis และ Juvederm ฟิลเลอร์จะอยู่ทรงสวยได้นาน 6-8 เดือน ตามยี่ห้อ/รุ่น ซึ่งมีขนาดโมเลกุล ค่าความอุ้มน้ำ ความแข็งหรือยืดหยุ่นแตกต่างกัน รวมถึงบริเวณที่ฉีด การดูแลรักษาหลังโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ของแต่ละบุคคล เช่น การไม่นวด กด แกะ หรือจัดทรงฟิลเลอร์เอง ไม่โดนความร้อนโดยตรงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีผลกับระยะเวลาคงอยู่ของฟิลเลอร์ จากนั้นจะสลายไปตามเวลา
- Neuramis อยู่ได้ 6-8 เดือน
- Restylane อยู่ได้ 6-8 เดือน
- Juvederm อยู่ได้ 6-8 เดือน
โปรแกรมฟิลเลอร์ 1 cc ราคาเท่าไหร่ ?
ปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc จะมีราคาแตกต่างกันไปตามยี่ห้อ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ที่ Aura Bangkok Clinic มีให้บริการ 3 รุ่น ได้แก่ Neuramis, Restylane และ Juvederm โดยราคาฟิลเลอร์ 1 กล่อง มีดังนี้
- Neuramis ฟิลเลอร์จากประเทศเกาหลี ราคา 4,990 บาท/cc ถือเป็นฟิลเลอร์ที่มีจุดเด่นเรื่องราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นพอสมควร ผ่านมาตรฐาน อย.ไทย 3 รุ่น สามารถใช้ได้เกือบทุกจุดบนใบหน้า ยกเว้นบริเวณผิวที่บอบบางเป็นพิเศษ
- Restylane ฟิลเลอร์จากประเทศสวีเดน ราคา 9,990-11,990 บาท/cc ถือเป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี NASHA technology และ OBT technology ช่วยปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้ดี มีหลายรุ่น สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณได้
- Juvederm ฟิลเลอร์จากประเทศอเมริกา ราคา 6,990-11,990 บาท/cc มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Hylacross และเทคโนโลยี Vycross มาตรฐานอเมริกา ฟิลเลอร์มีลักษณะเป็นเนื้อเจล มีความยืดหยุ่นสูง ให้ความเรียบเนียนไปกับผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็ม 1 cc หากได้รับการประเมินและดูแลโดยแพทย์ ก็จะสามารถช่วยดูแลปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ต่าง ๆ ได้ เช่น ริมฝีปาก ใต้ตา ร่องแก้ม หรือคาง ช่วยให้ผิวกลับมาแลดูอิ่มฟู มีมิติ และเหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid จะเป็นสารที่เข้ากับร่างกายได้ แต่ก็ควรพิจารณาเลือกรับบริการจากสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และใช้ผลิตภัณฑ์แท้ที่สามารถตรวจสอบได้เท่านั้น เพื่อความมั่นใจ
Aura Bangkok Clinic พร้อมให้บริการดูแลการปรับรูปหน้าทุกเคสโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง พร้อมตัวเลือกผลิตภัณฑ์แท้นำเข้าจากบริษัทยาชั้นนำ มีการแกะกล่องให้ตรวจสอบต่อหน้า พร้อมบริการติดตามผลหลังรับบริการ สนใจประเมินรูปหน้าฟรี สามารถจองคิวเข้ารับบริการผ่านระบบ Self-Booking หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไลน์ @botox (มี @ นำหน้า) เพื่อรับคำแนะนำได้ทันที
แหล่งอ้างอิง
- How Much Dermal Filler Do I Need? Plus How to Avoid Top Cheek & Lip Fillers Mistakes!. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.revitalizemaui.com/how-much-filler/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเติมฟิลเลอร์ 1 cc (FAQs)
Q: ปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc เพียงพอสำหรับการปรับรูปหน้าให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?
A: เพียงพอ โดยเฉพาะในบริเวณที่ไม่ต้องการการเสริมวอลลุ่มปริมาณมาก เช่น ริมฝีปาก ร่องแก้มตื้น ๆ หรือคาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินโครงหน้าและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล หากมีปัญหาที่ต้องดูแลเป็นพิเศษอาจต้องใช้ปริมาณที่เพิ่มขึ้นตามดุลยพินิจของแพทย์
Q: ปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc สามารถแบ่งใช้หลาย ๆ จุดบนใบหน้าได้ไหม ?
A: สามารถทำได้ตามการประเมินของแพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง แต่โดยทั่วไป ปริมาณ 1 cc มักจะถูกประเมินให้ใช้เน้นใน 1-2 บริเวณ เช่น ใต้ตาสองข้าง หรือริมฝีปาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมามีความชัดเจน การหากแบ่งฉีดหลายจุดเกินไปอาจทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจนนัก
Q: หากดูแลด้วยปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc แล้วรู้สึกว่าไม่เข้ากับใบหน้า สามารถนำออกได้ไหม ?
A: หากรับบริการด้วยผลิตภัณฑ์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) แท้ จะสามารถใช้เอนไซม์ Hyaluronidase ฉีดเพื่อช่วยสลายออกได้ โดยตัวยาจะเข้าไปลดการยึดเกาะของเนื้อผลิตภัณฑ์ และถูกร่างกายขับออกตามธรรมชาติ
Q: หากใช้ปริมาณฟิลเลอร์ 1 cc แล้วรู้สึกว่าต้องการให้ดูเต็มขึ้น สามารถดูแลเพิ่มเติมทีหลังได้ไหม ?
A: หลังฉีดแพทย์จะให้ลูกค้าดูภาพรวม หากต้องการเติมเพิ่ม สามารถฉีดเพิ่มในวันเดียวกันได้ ในเคสที่เติมไปแล้ว หลังอาการบวมหายไป แล้วรูปหน้ายังไม่ได้ทรงตามที่ต้องการ แพทย์มักจะแนะนำให้รอระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวบริเวณที่รับบริการฟื้นตัวและผลิตภัณฑ์เซตตัวเข้าที่ก่อน จึงจะสามารถประเมินปริมาณที่จะใช้เพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม













