หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “ไหมน้ำ” แต่อาจยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร แตกต่างจากไหมที่ใช้ในการร้อยไหมยังไง และเหมาะกับใครบ้าง? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมกลุ่มนี้กัน
ไหมน้ำ คืออะไร?
ไหมน้ำ คือ นวัตกรรมที่ใช้สำหรับฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในผิวที่ให้ผลลัพธ์คล้ายกับการร้อยไหม แต่ไม่ต้องใช้เส้นไหมในการเย็บผิวเพื่อยกกระชับเหมือนแบบดั้งเดิม ตัวสารจะอยู่ในรูปของเหลว เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรงจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวแน่นฟู ยกกระชับ และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันนิยมฉีดไหมน้ำ 4 ประเภทหลัก ได้แก่
- ไหมน้ำแบบสาร PCL (Polycarpolactone) : เช่น ผลิตภัณฑ์ Gouri เป็นสารที่มีความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ไหมน้ำแบบสาร PDO (Polydioxanone) : เช่น ผลิตภัณฑ์ Ultracol เป็นสารที่มีความยืดหยุ่นสูง เชื่อว่าไหมน้ำ 1 ขวดเทียบเท่าการร้อยไหมแบบเดิม 1200 เส้น จึงนิยมฉีดเพื่อให้ผิวกระชับ เสริมคอลลาเจนในผิว
- ไหมน้ำแบบสาร PLLA (Poly-L-Lactic acid) : เช่น ผลิตภัณฑ์ Sculptra เป็นสารสังเคราะห์จากพืชที่มีความปลอดภัย สามารถเข้ากับร่างกายได้ดี ช่วยฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวอิ่มฟู ดูกระชับ แก้ปัญหาผิวมีอายุ ผิวแก่ผิวหย่อนคล้อยได้ดี Sculptra ได้รับความนิยมมาก เพราะเห็นผลทันที 20-30% และเมื่อฉีดต่อเนื่องจนครบตามโปรโตคอลที่บริษัทยาแนะนำ ผลลัพธ์จถคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี
- ไหมน้ำแบบสาร PDLLA (Poly D-L-Lactic Acid) : เช่น ผลิตภัณฑ์ Juvelook โดดเด่นด้วยโมเลกุลขนาดใหญ่ที่ช่วยยกกระชับผิวได้ดี ฟื้นฟูโครงสร้างผิวแข็งแรงอย่างล้ำลึก มีส่วนผสมทั้ง PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ HA ในตัวเดียวกัน โดยอนุภาค PDLLA ใน Juvelook ช่วยให้หน้าเด้งผิวฉ่ำเงา เพิ่มวอลลุ่มให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับ อนุภาคของ HA ช่วยเติมเต็มผิว เติมร่องลึก เบลอริ้วรอย ฟื้นฟูหลุมสิว เบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวเงาใส
โปรแกรมฉีดไหมน้ำเหมาะกับใครบ้าง?
การฉีดไหมน้ำ เหมาะกับผู้ที่มีความต้องการและปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนี้
- มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
- มีริ้วรอยตื้น ๆ ทั่วใบหน้า หรือมีร่องลึกจากการสูญเสียคอลลาเจน เช่น ร่องแก้ม รอยตีนกา รอยย่นระหว่างคิ้ว เป็นต้น
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนบนใบหน้า อยากมีผิวเด้ง อิ่มฟูผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น อยากให้ผิวอิ่มน้ำ
- ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง มีหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน
- ผู้ที่มีผิวหมองคล้ำ ดูโทรม ไม่สดใสเปล่งปลั่ง
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดหรือรักษาตัวยุ่งยาก
- ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้แข็งแรง แก้ปัญหาผิวหย่อน ผิวโทรมเสื่อมสภาพ
ไหมช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
ไหมน้ำ ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นผิว เสริมคอลลาเจน เสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและมีประโยชน์ต่อผิวอยู่หลายประการ โดยสามารถนำไปฉีดได้ทั่วใบหน้าและลำคอ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวเหล่านี้
- เติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน ผิวดูสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงขึ้นอีกครั้ง
- ลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง จากการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น หน้าดูเด็กลง
- ช่วยกระชับรูขุมขน รอยหลุมสิวดูตื้นขึ้น ปรับผิวให้เรียบเนียน
- เพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว ช่วยป้องกันและชะลอการเกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ที่ทำให้หน้าแก่กว่าวัย
- ช่วยลดความหมองคล้ำ ปรับผิวกระจ่างใส ดูมีออร่า
รีวิว กระตุ้นผิวด้วย Sculptra


รีวิว เติมความฉ่ำโกลว์ เพิ่มวอลลุ่มด้วย Juvelook


ข้อดี ข้อเสียของการฉีดไหมน้ำ
การฉีดไหมน้ำ มีข้อดี ดังนี้
- กระตุ้นเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่นดี เสริมเกราะป้องกันผิว
- ผิวจะค่อย ๆ เต่งตึง ดูกระชับ และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อยได้เหมือนการร้อยไหม แต่เจ็บน้อยกว่า
- สามารถฉีดได้ทั่วใบหน้าและลำคอ ช่วยแก้ไขปัญหาผิวอย่างครอบคลุม
- เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย โอกาสแพ้น้อย และสลายได้เองโดยไม่ตกค้างในร่างกาย
- การฉีดไหมน้ำ เป็นทางเลือกลดริ้วรอยสำหรับคนที่แพ้สารเติมเต็ม หรือในกรณีที่โบท็อกไม่สามารถแก้ไขได้
- ใช้เวลาพักฟื้นน้อย คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้
- ยิ่งฉีดต่อเนื่อง ยิ่งเห็นผลชัดเจน ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
การฉีดไหมน้ำ มีข้อเสีย ดังนี้
- มีอาการบวมเล็กน้อย หรือมีรอยช้ำจากเข็ม ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป ไม่อันตราย และจะค่อย ๆ หายได้เองภายใน 3-5 วันหลังฉีด
- หากผิวบาง หรือบวมช้ำง่าย อาจมีรอยช้ำในจุดที่ฉีด สามารถทายาลดรอยเขียวช้ำได้ และรอยช้ำจะค่อยๆ หายได้เองภายใน 7-14 วัน
- ต้องใช้เวลาในการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยทั่วไปจะเห็นผลประมาณ 2-4 สัปดาห์เป็นต้นไป
- ต้องฉีดอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี เห็นผลชัดเจน
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำ Maintain เป็นระยะ
ฉีดไหมน้ำ อยู่ได้นานแค่ไหน?
หลังฉีดไหมน้ำ จะช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและคงอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารไหมน้ำที่ใช้ ปริมาณที่ฉีด สภาพผิวของแต่ละคน และการดูแลตัวเองหลังฉีด ซึ่งไหมน้ำแต่ละแบบ ให้ผลลัพธ์ต่างกัน ดังนี้
- ไหมน้ำแบบ PDO ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน
- ไหมน้ำแบบ PCL ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- ไหมน้ำแบบ PLLA และ PDLLA อาจอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี เมื่อฉีดต่อเนื่องตามที่แพทย์แนะนำ
เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าผิวแน่นฟู ดูเต่งตึงอย่างชัดเจน ควรดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์และควรฉีดซ้ำตามที่แพทย์แนะนำเพื่อคงสภาพผิวที่ดี แนะนำฉีดติดต่อกันอย่างน้อย 3 ครั้ง เว้นระยะห่างทุก ๆ 4 สัปดาห์ หรือฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงความต้องการ มีความคุ้มค่า และน่าพึงพอใจ
ไหมน้ำ ราคาเท่าไหร่?
ไหมน้ำราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อที่เลือกฉีด ชนิดและปริมาณของไหมน้ำที่ใช้ ความชำนาญของแพทย์ ค่าบริการอื่นๆ ราคาขึ้นอยู่กับคลินิกที่เข้ารับบริการ
Aura Bangkok Clinic จัดโปรโมชั่น ไหมน้ำราคา คุ้มค่า ราคาดีไม่มีบวกเพิ่ม ทุกโปรแกรมฉีดโดยแพทย์ มีบริการทายาชาและประคบน้ำแข็งตลอดการฉีด มีบริการนวดกระตุ้น และโทรติดตามผล&แนะนำการดูแลหลังฉีด
- Sculptra ราคา 25,000 บาท/ขวด (เมื่อซื้อขั้นต่ำ 2 ขวด)
- Juvelook ขนาด 6 cc ราคา 15,900 บาท (จากราคาปกติ 19,990 บาท)
สรุป
ไหมน้ำเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเติมคอลลาเจนให้ผิว ยกกระชับผิวหน้า ฟื้นฟูผิวโทรมเสื่อมสภาพ ช่วยให้ผิวเด้ง ยกกระชับ หน้าดูเด็กขึ้นโดยส่วนใหญ่หลังฉีดจะเห็นผลทันที 20% ใน 4 สัปดาห์ และอยู่ได้นาน 6 เดือนจนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของสาร จากนั้นจะสลายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
สำหรับคนที่สนใจฉีดไหมน้ำกระตุ้นคอลลาเจน สามารถเข้ารับคำปรึกษา พร้อมให้แพทย์ช่วยประเมินสภาพผิว และออกแบบการรักษาที่เหมาะสมแบบเคสต่อเคส ฟรีทุกเคส!ที่ Aura Bangkok Clinicแพทย์ออร่าผ่านการเทรนนิ่งเทคนิคการฉีดจากบริษัทยาโดยตรง ใช้ Juvelook และ Sculptra ของแท้ทุกขวด ตรวจสอบได้ ให้กล่องกลับบ้านสนใจจองคิว คลิกที่นี่!
Q&A
Q : ฉีดไหมน้ำอันตรายไหม?
A : การฉีดไหมน้ำ ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อทำโดยแพทย์ชำนาญการและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ จึงควรให้ความสำคัญกับ การเลือกรับบริการในคลินิกที่น่าเชื่อถือ สถานที่สะอาดผ่านการฆ่าเชื้อเป็นอย่างดี และมีแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดไหมน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
Q : ข้อห้ามหลังฉีดไหมน้ำ
A : หลังฉีดไหมน้ำ ถ้าต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง มีสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด นวด หรือเกาบริเวณที่ฉีด
- ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก งดแต่งหน้าหรือทาครีมทับรูเข็ม เพื่อป้องกันการอักเสบ ติดเชื้อ
- งดออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 1-2 วันแรก
- งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 5-7วัน เพราะอาจทำให้แผลหายบวมช้า เห็นรอยช้ำชัดเจน
- งดการใช้สารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือ Retinol ประมาณ 1-2 วัน
อ้างอิง
Janice Sim. (2024, June 18). What’s it like undergoing a liquid PDO threadlift?. Vogue Singapore. https://vogue.sg/liquid-pdo-threadlift-review/
Dr. Sam Pradeep. (n.d.). Liquid PDO Thread Lift. Glowwis. https://glowwis.com/services/injectable-services/liquid-pdo-thread-lift/












