หลายคนคงเคยเผชิญกับปัญหาผิวหน้าโทรม หมองคล้ำ ไม่สดใส และเริ่มมองหาวิธีทำให้หน้าใสไร้สิว เพื่อกู้ผิวที่เคยกระจ่างใสคืนมา การทำให้หน้าใส ผิวอิ่มฟูดูสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะบทความนี้ได้รวบรวมวิธีทําให้หน้าขาวใสแบบธรรมชาติและวิธีทำให้หน้าใสแบบเร่งด่วนที่ทำแล้วเห็นผล ถ้าอยากรู้ว่าวิธีทำให้หน้าใสต้องทำยังไงบ้าง ติดตามอ่านได้ที่นี่
ผิวหมองคล้ำ เกิดจากอะไร?
ถ้าอยากหน้าใส ต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผิวหน้าดูหน้าหมองคล้ำ มีดังนี้
- แสงแดดและมลภาวะ : แสงแดดคือตัวการร้ายอันดับหนึ่งที่ทำให้ผิวคล้ำเสียและเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ นอกจากนี้มลภาวะ ฝุ่นควันต่าง ๆ ก็ทำให้ผิวหน้าอุดตันและหมองคล้ำได้
- รังสียูวีบี จากแดด และรังสียูวีเอ (UVA) จากหน้าจอ : แสงแดดในตอนกลางวัน เป็นตัวการหลักในการทำลายผิว ทำให้ผิวคล้ำเสีย และถึงแม้จะนั่งทำงานในอาคาร แต่รังสียูวีเอจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือก็สามารถทำร้ายผิวได้เช่นกัน
- ความเครียดและพักผ่อนน้อย : การนอนน้อย หรือมีความเครียดสะสมส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของฮอร์โมน ทำให้ผิวหน้าโทรมและไม่สดใส
- การล้างหน้าไม่สะอาด : การทำความสะอาดผิวหน้าไม่เพียงพอ ทำให้เครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอุดตันในรูขุมขน จะทำให้ผิวหมองคล้ำ และอาจมีปัญหาสิวอักเสบ สิวอุดตันตามมา
- การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ : สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย หน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน และไม่กระจ่างใส
20 วิธีทำให้หน้าใส แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ
อยากมีผิวหน้าเนียน หน้าขาวใส ทำได้หลายวิธี ตั้งแต่วิธีแก้หน้าหมองคล้ำแบบธรรมชาติ ซึ่งสามารถทำด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ ไปจนถึงทำหัตถการกับแพทย์ในคลินิกฉีดหน้า ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้หน้าเนียนใสอย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจน สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าทำยังไงให้หน้าขาว บทความนี้ได้รวบรวมวิธีทำให้หน้าขาว ผิวกระจ่างใสมาให้แล้วถึง 20 วิธี ซึ่งสามารถเลือกได้ตามปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละคน ดังนี้
- ฉีดเมโสหน้าใส
- ดริปวิตามินผิว
- ฉีดรีจูรัน
- ฉีดมาเด้คอลลาเจน
- ทำทรีตเมนต์ผิว
- ฉีด Sculptra
- ฉีด Juvelook
- ฉีด Exosome
- ฉีด Radiesse
- ฉีด Skin Booster
- Pico Laser
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
- ทานอาหารเสริม
- ปกป้องผิวจากแสงแดด
- ขัดพอกหน้าด้วยสมุนไพร
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- การล้างหน้าแบบ Deep cleansing
- มาส์กหน้าบำรุงผิวและทาสกินแคร์
1. ฉีดเมโสหน้าใส
การฉีดเมโสหน้าใส หรือที่บางคนรู้จักในชื่อโปรแกรมฉีดหน้าใส คือการฉีดวิตามินเข้มข้นและสารบำรุงต่าง ๆ เข้าสู่ผิวโดยตรง ซึ่งมีให้เลือกใช้หลายสูตรตามความต้องการ จะช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างล้ำลึก ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ รอยดำรอยแดงจากสิว เติมความชุ่มชื้น ผิวแข็งแรงขึ้น พร้อมลดโอกาสการอักเสบของผิว หลังฉีดจะเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์
ถ้าอยากลดรอยสิว ผิวกระจ่างใสอย่างชัดเจน แนะนำให้ฉีดต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไป หรือตามที่แพทย์แนะนำ เพราะยิ่งฉีดต่อเนื่องก็จะยิ่งเห็นผลชัดเจน และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ถือเป็นสูตรหน้าขาวใสที่ไม่ควรพลาด
2. ดริปวิตามินผิว
ถ้าอยากหน้าขาว การดริปวิตามินผิวถือเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะเป็นการฉีดวิตามินเข้มข้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ช่วยบำรุงอย่างล้ำลึก ให้ผิวทั่วร่างกายกระจ่างใส สุขภาพดี ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียอย่างเร่งด่วน ให้ขาวกระจ่างใส ดูมีออร่ามากขึ้น และยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น เสริมภูมิคุ้มกัน เมื่อทำต่อเนื่อง 6 ครั้งขึ้นไป
3. ฉีดรีจูรัน
วิธีทำให้หน้าใสด้วยการฉีดรีจูรัน ซึ่งมีส่วนประกอบของ Polynucleotide (PN) จาก DNA ของปลาแซลมอนธรรมชาติ เป็นสารที่ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพจากแสงแดดและมลภาวะ หรือผิวที่เสื่อมสภาพจากอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) เติมความชุ่มชื่น ผิวฟู หน้าฉ่ำโกลว์ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น ช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ ให้ดูจางลงได้
หลังฉีดจะเห็นผลชัดเจนภายใน 4 สัปดาห์ และอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน เมื่อฉีดต่อเนื่อง เดือนละครั้งจนครบ 4 ครั้ง จากนั้นแนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 6 เดือน เพื่อคงสภาพผิวสวยใส ไม่ให้กลับไปโทรมคล้ำ
4. ฉีดมาเด้คอลลาเจน
ฉีดมาเด้คอลลาเจน เป็นวิธีทําให้ผิวแข็งแรงภายใน 14 วัน การฉีดมาเด้จะเหมือนกับการฉีดเมโสหน้าใส โดยจะฉีดสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นเข้าสู่ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดและต่อมน้ำเหลือง ช่วยปรับสมดุลผิว ทำให้ผิวขับของเสียได้ดีขึ้น ผิวแข็งแรง ลดการเกิดสิว ผด ผื่น ช่วยให้หน้าเนียน กระจ่างใส ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำ แต่งหน้าติดดีขึ้น
5. ทำทรีตเมนต์ผิว
ทำทรีตเมนต์ผิว เป็นการดูแลผิวหน้าแบบองค์รวม ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกไปอย่างอ่อนโยน เน้นผลักวิตามินเข้าผิวและเติมสารบำรุงที่จำเป็นให้ผิวกลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง ทำให้ผิวเรียบเนียน หน้าใสขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่ง ไม่หมองคล้ำและแนะนำให้ทำทรีตเมนต์ผิวควบคู่กับการทำหัตถการอื่น ๆ เช่น ฉีดวิตามินผิว ฉีดเมโส เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้หน้าขาวใส ผิวเนียนสวยยิ่งขึ้น
6. ฉีด Sculptra
วิธีทําให้หน้าใสที่น่าสนใจอีกอัน คือการฉีด Sculptra หัตถการนี้เป็น Collagen Biostimulator ตัวแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา มีส่วนประกอบของสารสกัดจาก Poly-L-Lactic ช่วยฟื้นฟูและกระตุ้นเส้นใยโครงสร้างผิวตามธรรมชาติในผิวชั้นลึกถึง 66% ให้โครงสร้างผิวกลับมาแข็งแรง ผิวดูแน่น อิ่มฟู ช่วยยกกระชับหน้า เติมเต็มริ้วรอยร่องลึก หน้าดูเด็กลง คุณภาพผิวดีขึ้น
โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 2 ปี เมื่อฉีดครบตามที่แพทย์แนะนำ
7. ฉีด Juvelook
วิธีทำให้หน้าใสที่เป็นที่นิยมของสาวเกาหลี คือการฉีด Juvelook เป็นการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนที่มีส่วนผสมของ PDLLA และ HA ในขวดเดียวกัน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เติมน้ำให้ผิวฉ่ำเด้ง พร้อมเติมเต็มวอลลุ่มให้ผิว ทำให้ใต้ตาคล้ำดูสว่างไบร์ท หน้าสดใสมากขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ฟื้นฟูหลุมสิว รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียนและหน้าดูเด็กลง เมื่อฉีดต่อเนื่องครบ 3 ขวด จะช่วยให้ผิวเงาใสเล่นแสงได้ยาวนาน 12-18 เดือน
8. ฉีด Exosome
เคล็ดลับหน้าใสด้วยการฉีด Exosome คือตัวยาบำรุงผิวที่เต็มไปด้วยสารสำคัญต่อผิวสามารถฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างล้ำลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างโครงสร้างผิว ฟื้นฟูคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นฟู อิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน นอกจากนี้ยังช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ รอยสิว และลดการอักเสบของผิวได้อีกด้วย
หลังฉีดจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ใน 7-14 วัน และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 เดือน ถ้าต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานขึ้น ควรฉีดซ้ำ 3-5 ครั้งขึ้นไป
9. ฉีด Radiesse
การฉีด Radiesse มีส่วนประกอบหลักจาก CaHA (Calcium Hydroxylapatite) เมื่อฉีดเข้าไปในผิวชั้นลึก จะช่วยเติมเต็มวอลลุ่มผิวที่หายไป ช่วยให้หน้าดูเต็มขึ้น ยกพยุงผิว เติมเต็มริ้วรอย ร่องแก้ม ร่องมุมปาก และขมับตอบได้ทันทีเหมือนการฉีดฟิลเลอร์ แต่จะมีความพิเศษตรงที่สามารถกระตุ้นโครงสร้างผิว ฟื้นฟูคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวแน่นฟู เต่งตึง หน้าดูเด็กลง ริ้วรอยตื้นขึ้น
หลังฉีดจะช่วยเติมเต็มได้ทันที แต่จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดภายใน 1-2 สัปดาห์ นับเป็นอีกหนึ่งวิธีทำให้หน้าใสที่เห็นผลได้รวดเร็ว
10. ฉีด Skin Booster
การฉีด Skin Booster ทั้งที่เป็นสารบำรุงผิว หรือฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม เป็นวิธีทำให้หน้าใส หลังฉีดจะช่วยเติมความชุ่มชื่น ทำให้ผิวดูฉ่ำวาว อิ่มน้ำ กระจ่างใส ช่วยฟื้นฟูผิวที่ขาดการบำรุงให้กลับมามีสุขภาพดี เสริมความแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว กระชับรูขุมขน ผิวจะดูเรียบเนียนเปล่งปลั่งและแต่งหน้าติดทนนานยิ่งขึ้น
11. Pico Laser
วิธีกู้หน้าใสด้วย Pico Laser คือเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงความเร็วสูงเข้าไปทำลายเม็ดสีผิวให้แตกละเอียดเป็นอนุภาคเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ กำจัดออกตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย ช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ทั้งฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว และความหมองคล้ำ ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ดูกระจ่างใสขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึก โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนลอกหรือบางลง ผิวจะเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ หลุมสิวตื้นขึ้น เหมาะกับทุกสภาพผิว
12. ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
การทานอาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ผักใบเขียว ปลาทะเล ไข่มันดีจากปลาทะเล จะช่วยบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวแข็งแรง ดูกระจ่างใสขึ้น และยังช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
13. ทานอาหารเสริม
การทานอาหารเสริมที่ประกอบด้วยคอลลาเจน วิตามินซี กลูต้าไธโอน แอสต้าแซนทีนหรือสาร Antioxidant จะช่วยบำรุงผิวจากภายใน เติมเต็มสารอาหารที่ร่างกายอาจได้รับไม่เพียงพอจากการทานอาหารปกติ ทำให้ผิวแข็งแรง ชะลอการเกิดปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวโทรม ดูไม่สดใสในระยะยาว
14. ปกป้องผิวจากแสงแดด
หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดแรง ๆ พร้อมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF และ PA สูงอย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวี ช่วยลดโอกาสการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ รวมถึงปัญหาผิวหมองคล้ำ วิธีนี้ถือเป็นการดูแลรักษาความงามตามธรรมชาติที่สำคัญและทำได้ง่าย
15. ขัดพอกหน้า
สูตรพอกหน้าใสทําเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน อย่างการใช้มาส์กพอกหน้า หรือมาส์กสมุนไพรธรรมชาติ เช่น โยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง มาส์กกากกาแฟ มาส์กว่านหางจระเข้ มาพอกและขัดเบา ๆ จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ลดการอุดตัน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า
16. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรือวันละ 2 ลิตร ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง อิ่มน้ำ ดูสดใส ไม่แห้งกร้าน นอกจากนี้ยังทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นปกติ
17. พักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อน 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมเซลล์ผิว ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ ทำให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง ใต้ตาไม่ดำคล้ำ หน้าไม่โทรม มีสุขภาพดี และช่วยลดความเครียดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวอีกด้วย
18. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกาย เป็นวิธีทำให้หน้าใสที่ดีต่อสุขภาพ โดยจะช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น พร้อมช่วยควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียดซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้คอลลาเจนในผิวถูกทำลาย และยังช่วยให้ร่างกายขับของเสียผ่านเหงื่อ ผิวจึงดูเปล่งปลั่ง สดใส
19. การล้างหน้าแบบ Deep cleansing
อยากหน้าใสไร้สิวแบบธรรมชาติ ต้องใส่ใจการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว หลังล้างหน้าควรเช็ดคลีนซิ่งหรือโทนเนอร์อีกครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ยังหลงเหลือบนใบหน้า รวมถึงเครื่องสำอางต่าง ๆ ที่อุดตันในรูขุมขนออกให้หมดจด
20. มาส์กหน้าบำรุงผิวและทาสกินแคร์
อีกหนึ่งวิธีแก้หน้าหมอง หน้าโทรม คือการมาส์กหน้า ควรเน้นสูตรที่ใช้เพื่อลดความหมองคล้ำ หรือรอยสิว และมาส์กหน้าสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยเติมความชุ่มชื่น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำน้ำและกระจ่างใสมากขึ้น เหมาะสำหรับวันที่ใช้ผิวหนัก ตากแดดนานๆ ผิวแห้งขาดน้ำ
นอกจากนี้ การเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ไนอาซินาไมด์ หรือกรดผลไม้ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า พร้อมบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น โดยแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวจะช่วยลดการอุดตัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจน
สรุป
ปัจจุบันมีวิธีทำให้หน้าใสอยู่หลายแบบ คนที่อยากให้ผิวใสอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ อาจเลือกใช้วิธีธรรมชาติอย่างการทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ทาครีมกันแดด พร้อมบำรุงผิวด้วยสกินแคร์หรือมาส์กหน้าเป็นประจำ
ส่วนคนที่อยากให้หน้าใสแบบเร่งด่วน การทำหัตถการกับคลินิกเสริมความงามที่มีมาตรฐานจะตอบโจทย์ความต้องการได้มากกว่า
คลินิกฉีดหน้าใส Aura Bangkok Clinic ครองใจทุกคนทุกเพศ มีโปรแกรมฉีดหน้าใสให้เลือกหลากหลาย ใช้เครื่องมือทันสมัย ใช้ยาแท้มีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ทุกโปรแกรม ฉีดโดยแพทย์ทุกคน มีสตาฟติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
คำถามที่พบบ่อย
Q : ทำยังไงให้หน้าขาวใสภายใน 1 อาทิตย์
A : ถ้าต้องการวิธีทําให้หน้าขาวใสแบบเร่งด่วนภายใน 1 อาทิตย์ อาจจะต้องทำทั้งทำหัตถการในคลินิก เช่น ฉีดมาเด้คอลลาเจน การฉีดเมโสหน้าใส หรือการดริปผิว และใช้เทคนิคการแต่งหน้า เช่น ทาโทนอัพ ใช้รองพื้นที่ขาวกว่าผิว 1 เฉด แต่งหน้าโทนสว่าง ไม่ใช้สีเข้มจนเกินไป ทำควบคู่กันผิวจะกระจ่างใส มีออร่า หน้าผ่อง X2
Q: อยากผิวใสถาวร ทำอะไรดีที่สุด?
A : วิธีดูแลผิวหน้าให้เนียนใสอย่างถาวร ควรเริ่มจากการดูแลตัวเองเป็นประจำ เช่น ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ โดยแนะนำให้ทำควบคู่กับหัตถการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น และคงความกระจ่างใสได้ยาวนาน
อ้างอิง
10 skin care secrets for healthier-looking skin. (2024, October 29). American Academy of Dermatology (AAD). https://www.aad.org/public/everyday-care/skin-care-secrets/routine/healthier-looking-skin
Mayo Clinic Staff. (2024, November 22). Skin care: 5 tips for healthy skin. Mayo Clinic. https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/adult-health/in-depth/skin-care/art-20048237


















