นอกจากสิวที่เป็นปัญหากวนใจ รอยดำรอยแดงจากสิวก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการ เพราะการลดรอยสิวให้จางไว ให้ผิวกลับมาเนียนใสไร้รอยได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ใครกำลังเจอกับปัญหาเหล่านี้ ลองมาดูวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยรักษาสิวให้ดีขึ้น ในบทความนี้เลย
วิธีรักษาสิว มีกี่แบบ?
สิวอักเสบส่วนใหญ่มักเริ่มจากการที่รูขุมขนเกิดการอุดตันร่วมกับเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ที่อยู่ใต้ผิวหนัง จนทำให้เกิดตุ่มแดง บวม เจ็บขึ้นมาบนใบหน้า ซึ่งสำหรับคนที่หน้าเป็นสิว การจะดูแลให้สิวหายไวไม่ทิ้งรอยก็ต้องเข้าใจว่า วิธีการรักษาสิวนั้นมีอยู่หลายทางเลือก โดยทั่วไปแบ่งได้ 3 แบบหลัก ๆ คือ
- รักษาสิวด้วยการรับประทานยา มักใช้ในกรณีรุนแรง เช่น สิวเห่อทั่วหน้า หรืออักเสบลึก ยาพวกนี้จะช่วยลดความมันที่เป็นต้นเหตุของการอุดตัน แต่ก็มีผลข้างเคียง เช่น ผิวแห้ง ผิวลอก แสบผิว จึงต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย
- ยาทาสิว เป็นการรักษาสิวด้วยตัวเองที่ทำได้ง่าย ตัวครีมจะช่วยลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อ และผลัดเซลล์ผิว แต่ก็อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้ในช่วงแรก
- การทำหัตถการ เช่น ฉีดสิว เลเซอร์ หรือฉายแสง วิธีนี้กำลังได้รับความนิยมเพราะเห็นผลไวและปลอดภัย ถ้าอยากให้การรักษาสิวอักเสบได้ผลดีจริง ๆ ควรเลือกวิธีให้เหมาะกับผิวและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
อยากสิวหายไว ต้องระวังอะไรบ้าง?
หลายคนที่กำลังพยายามรักษาสิวอาจโฟกัสแค่เรื่องการใช้ยา ทาครีม หรือไปคลินิกรักษาสิว แต่จริง ๆ แล้วสิวจะหายเร็วหรือช้า ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันด้วย เพราะบางอย่างที่เราทำโดยไม่รู้ตัวอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การรักษาสิวไม่เห็นผล บางพฤติกรรมทำให้เกิดสิวอักเสบซ้ำซาก ใครกำลังอยากให้สิวหายไว ลองเช็กดูหน่อยว่าเผลอทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้อยู่รึเปล่า
งดแกะ เกา บีบสิวด้วยตัวเอง
คนที่หน้าเป็นสิวควรหลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือบีบสิวด้วยตัวเอง เพราะยิ่งทำให้สิวอักเสบหนักขึ้น พฤติกรรมพวกนี้ทำให้ผิวสกปรก เชื้อโรคเข้าสู่ผิวได้ง่าย กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ การบีบสิวยังทำให้รอยสิวเข้มขึ้น ทิ้งรอยดำรอยแดง ถ้าอยากรักษาสิวให้หายไว ต้องเริ่มจากหยุดการแกะ เกาและบีบสิวก่อนเป็นอันดับแรก
อาหารทอด อาหารรสหวานจัด นมและผลิตภัณฑ์จากนม
คนมีสิวควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทของมันของทอด อาหารรสหวานจัด และนมหรือผลิตภัณฑ์จากนม เพราะในนม โดยเฉพาะนมวัวและนมพร่องมันเนย มีฮอร์โมนและสารกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน (Insulin & IGF-1) ที่ไปเพิ่มการผลิตน้ำมันใต้ผิวหนังและเร่งการอักเสบ ทำให้สิวขึ้นง่ายขึ้น อาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบได้ง่าย ดังนั้นถ้าอยากรักษาสิวให้ดีจากข้างใน ต้องเริ่มปรับพฤติกรรมการกินไปด้วย
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ความเครียดและการนอนน้อย นอนไม่เป็นเวลาจะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียด (คอร์ติซอล) มากขึ้น กระตุ้นการอักเสบและการผลิตน้ำมันบนผิว ส่งผลให้สิวเกิดง่ายขึ้น
ดังนั้นถ้าอยากรักษาสิวให้เห็นผลต้องจัดการทั้งเรื่องสกินแคร์และการพักผ่อนให้ดีเพราะการนอนให้พอ ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้โดยตรง
ใช้มือที่สกปรกจับหน้าบ่อย ๆ
ผิวหน้าที่เป็นสิวมักไวต่อการติดเชื้อ การใช้มือจับ ใช้นิ้วแกะหรือบีบ จะทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเข้าไปในผิวหน้า เพิ่มการอักเสบ อาจทำให้สิวธรรมดากลายเป็นสิวอักเสบ สิวติดเชื้อ เกิดสิวซ้ำซาก ดังนั้นจึงไม่ควรใช้มือจับ แกะ บีบ สัมผัสผิวหน้า
ไม่ทำความสะอาดผิวหน้า
ปัญหาสิวมักเกิดจากการละเลยการทำความสะอาดผิว ไม่ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด แต่งหน้าแล้วไม่เช็ดเครื่องสำอาง เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ สิ่งสกปรกจะทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดเป็นสิวขึ้นในที่สุด
ถ้าอยากให้หน้าใสไร้สิว หรือรักษาสิวให้หายไว สิ่งสำคัญคือต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้ถูกวิธีและสม่ำเสมอ เพราะการล้างหน้าจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรก มลภาวะ เซลล์ผิวเก่า เปิดรูขุมขน ผิวพร้อมรับการบำรุง ลดโอกาสการเกิดสิวได้
แนะนำวิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง
สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง จริงๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด ถ้ารู้จักวิธีดูแลผิวและปรับพฤติกรรมบางอย่างให้ถูกต้องก็ช่วยให้สิวลดลงได้ ในหัวข้อนี้เราจะมาแนะนำ 10 วิธีรักษาสิวที่ทุกคนสามารถทำตามได้เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนใส ไร้สิวได้อีกครั้ง
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า
การรักษาสิวด้วยตัวเองควรเริ่มจากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยลดการระคายเคืองและไม่ทำให้ผิวอ่อนแอ หลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีสารกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ เพราะอาจทำให้เกิดสิวผด หรือทำให้ผิวอักเสบได้
รักษาความสะอาดของเครื่องสำอาง
สำหรับคนที่แต่งหน้าการรักษาความสะอาดของเครื่องสำอางและอุปกรณ์แต่งหน้าเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาและป้องกันสิว ถ้าปล่อยให้แปรงแต่งหน้าหรือพัฟแต่งหน้าสกปรกสะสม เชื้อโรคที่อยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้จะที่ทำให้เกิดสิวได้ ต้องล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านี้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และควรเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 6 เดือน
เปลี่ยนหน้ากากอนามัยบ่อย ๆ
สำหรับคนที่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย เช่น บุคลากรทางการแพทย์ คนที่ทำงานบริการ คนที่ทำงานร้านอาหาร การเปลี่ยนหน้ากากอนามัยบ่อย ๆ เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยรักษาสิวได้มากกว่าที่คิด เพราะหน้ากากที่อับชื้นและสะสมแบคทีเรีย อาจทำให้สิวอุดตันหรืออักเสบหนักขึ้น จึงควรใส่ใจเรื่องความสะอาดของสิ่งที่สัมผัสผิวหน้าเป็นประจำด้วย
กินอาหารที่มีประโยชน์
การรักษาสิวที่หลายคนมองข้ามคือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ของมันของทอด นมและผลิตภัณฑ์จากนมจะที่จะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติและทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น ถึงการปรับเปลี่ยนนิสัยการกินเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา แต่ถ้าทำได้ต่อเนื่องจะช่วยสนับสนุนการรักษาสิวให้ได้ผลดีขึ้นอย่างชัดเจน
นอนหลับให้เพียงพอ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การรักษาสิวด้วยตัวเองเห็นผลดีคือการพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับ 7-8 ชั่วโมงต่อคืนช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายและช่วยลดการอักเสบได้ กลับกันถ้านอนไม่พอ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ออกมามากเกินไปจนอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยรักษาสิวได้ในทางอ้อม เพราะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ระบบต่างๆ ทำงานได้ตามปกติ เมื่อร่างกายขับของเสียได้ดีขึ้น ผิวก็จะสดใสขึ้นตามไปด้วย ใครที่อยากรักษาสิวให้เห็นผลเร็ว แนะนำให้ขยับร่างกายและออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน จะช่วยให้ร่างกายกระฉับกระเฉง ระบบต่างๆ ทำงานได้ดี ผิวดีขึ้น
ดื่มน้ำเยอะ ๆ
คนที่กำลังรักษาสิวด้วยตัวเองควรเริ่มจากการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและช่วยรักษาสมดุลของผิว การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้ต่อมไขมันทำงานสมดุลขึ้น ไม่ผลิตน้ำมันมากเกินไป ลดการอุดตันของรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยให้ผิวฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น เสริมประสิทธิภาพในการรักษาสิวให้เห็นผลเร็วขึ้น
ใช้ครีมกันแดดทุกวัน
การรักษาสิวด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ คือการทาครีมกันแดดทุกวัน และเติมกันแดดระหว่างวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA/ UVB ที่ทำให้ผิวเสื่อมโทรมและเกิดการอักเสบง่ายขึ้น นอกจากนี้การกันแดดยังช่วยให้ผิวแข็งแรง ฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น ทำให้สิวหายเร็วขึ้นและลดโอกาสการเกิดสิวในระยะยาว
ซักผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า
การรักษาสิวไม่ใช่แค่เรื่องสกินแคร์ แต่รวมถึงความสะอาดรอบตัวด้วย ผ้าปูที่นอนปลอกหมอน ผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดหน้าที่ใช้ซ้ำนานๆ อาจสะสมแบคทีเรียและสิ่งสกปรกที่กระตุ้นให้สิวขึ้นซ้ำ ถ้าอยากรักษาสิวให้หายไว ควรหมั่นเปลี่ยนและซักของใช้ที่อยู่ใกล้ชิดผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ
กินอาหารเสริม
การกินอาหารเสริมเป็นอีกวิธีในการรักษาสิวด้วยตัวเอง เช่น Zinc ที่ช่วยควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน Vitamin A ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว อาหารเสริมหลายๆ ตัว เช่น Zinc, Vitamin A, B, E เป็นวิธีการหนึ่งในการปรับสมดุลฮอร์โมน เติมสารอาหารบางตัวที่ร่างกายต้องการ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ปกติ มีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดสิวในระยะยาว
รักษาสิวด้วยยาจากแพทย์
การรักษาสิวด้วยยารับประทานเหมาะกับคนที่มีสิวอักเสบระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยยาที่แพทย์ใช้มีหลายกลุ่ม เช่น ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาปรับฮอร์โมนเพื่อลดการกระตุ้นต่อมไขมัน และยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามิน A อย่าง Isotretinoin ที่ช่วยลดความมันบนผิว ลดเชื้อ P. acnes และยับยั้งสิวอุดตัน แต่ยาทุกตัวควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะอาจมีผลข้างเคียง เช่น ปากแห้ง ผิวแห้ง ระคายเคืองตา หรือส่งผลต่อตับและการตั้งครรภ์ได้
การรักษาสิวด้วยหัตถการเสริมความงาม
สำหรับใครที่ลองวิธีรักษาสิวมาหลายทางแล้วแต่ยังไม่เห็นผล การทำหัตถการอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยได้ เพราะบางครั้งสิวที่ฝังลึกหรืออักเสบหนัก อาจต้องพึ่งเทคโนโลยีหรือเครื่องมือแพทย์ ควบคู่กับการรักษาสิววิธีอื่นๆ ก่อนตัดสินใจลองมาทำความรู้จักกับการรักษาสิวด้วยหัตถการว่ามีอะไรบ้าง
เลเซอร์สิว
การรักษาสิวด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ช่วยจัดการปัญหาสิวได้หลายแบบ ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ รอยแดง และรอยดำ ไม่ว่าจะเป็นเลเซอร์ CO2, V beam, พิโคเลเซอร์ หรือแสงบำบัดแบบ Omnilux ต่างก็มีจุดเด่นในการลดการอุดตัน ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หรือกระตุ้นคอลลาเจน ก่อนทำเลเซอร์รักษาสิวทุกครั้ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เพื่อลดความเสี่ยงที่ไม่พึงประสงค์และเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
กดสิว
การกดสิวเป็นวิธีรักษาสิวที่ช่วยขจัดสิวอุดตันออกจากรูขุมขน เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นสิวอักเสบ โดยทั่วไปควรกดสิวเฉพาะสิวที่สุกแล้วเท่านั้น และต้องใช้เครื่องมือที่สะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อ แนะนำให้กดสิวกับผู้เชี่ยวชาญหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การรักษาสิวปลอดภัยและได้ผลดี
ฉีดเมโสหน้าใส
การรักษาสิวด้วยการฉีดเมโสหน้าใส ช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดโอกาสเกิดสิวใหม่ได้ดี
โดยจะเป็นการนำวิตามินและสารบำรุงเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยลดการอักเสบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ขับสารพิษที่สะสมในผิว ฟื้นฟูผิวเสื่อมสภาพ และลดรอยสิวให้จางลง ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวสมดุลขึ้น ผิวแข็งแรง ผิวดูชุ่มชื้น กระจ่างใสขึ้น เมโสหน้าใสมีหลายสูตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อเลือกสูตรที่เหมาะกับปัญหาผิว
รอยสิวหลังรักษาสิว รักษายังไงดี?
รอยสิวหลังรักษาสิวเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล แต่ที่ Aura Bangkok Clinic มีโปรแกรมวิตามินและเมโสหน้าใสหลายสูตรที่จะช่วยฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสและลดรอยดำรอยแดง โดยโปรแกรมที่แนะนำ มีดังนี้
- Yoshi Signature Glow โปรแกรมฉีดหน้าใสพรีเมียม สูตรเฉพาะที่ Aura Bangkok Clinic มีส่วนผสมที่เข้มข้นหลายชนิดที่ช่วยปรับสมดุลผิว บำรุงผิวและฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส ฉ่ำเงาเนียนละเอียด มีออร่า เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด
- Acne Solution คือวิตามินบำรุงผิวหน้าและปลอบประโลมผิวสูตรเข้มข้น เป็นวิตามินสูตรที่คิดค้นมาเพื่อคนเป็นสิว ผิวอ่อนแอ ผิวอักเสบง่ายโดยเฉพาะ ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงและปลอบประโลมผิวมากกว่าเมโสลดสิวทั่วไป มีส่วนผสมของ Soothing Essence สารสกัดที่ช่วยปลอบประโลมผิว และ Collagen สามารถฉีดได้ทุกคนทุกเพศ ไม่ดันสิว ไม่ทำให้สิวเห่อ ไม่ทำให้ผิวบางลง
- วิตามินหน้าใส Aura Bright ออร่าไบรท์ เป็นวิตามินฉีดหน้าใสสูตรเข้มข้น หรือ Vitamin Antioxidant ช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิว บูสต์ผิวให้กระจ่างใส ปรับสีผิวให้สว่างขึ้น ใช้ฉีดได้ทั่วหน้า หรือฉีดลดรอยสิวที่หลัง รักแร้ จุดด่างดำเฉพาะจุด
- MADE Collagen เป็นวิตามินดีท็อกซ์ผิว ขับสารพิษที่ตกค้างในผิว ขับเชื้อโรคและสิ่งสกปรก ช่วยปรับสมดุลผิว ช่วยลดโอกาสการอักเสบ ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง แม้ไม่ได้เป็นสิวก็สามารถฉีดมาเด้คอลลาเจนได้
- Intensive Skin Repair โปรแกรมหน้าใสที่ใช้หัวยิงชนิดพิเศษ ยิงตัวยาลงบนผิวหน้า ตัวยาสำคัญ Active Substances 6 ชนิดเน้นบำรุงผิว ฟื้นฟูผิวและปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นเติมหลุมสิวให้ตื้นขึ้น กระชับผิวกระชับรูขุมขน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ลดริ้วรอย ผิวหน้าเรียบเนียน ผิวหน้าอิ่มฟู ฉ่ำวาวดูสุขภาพดี
คนที่อยากจัดการสิวที่ต้นตอ ตัดวงจรสิว เพื่อผิวแข็งแรง หน้าใสไกลสิวในระยะยาว แนะนำทำควบคู่กัน 3 โปรแกรม ทั้ง Acne Solution + Aura Bright + Made Collagen และเมื่อสิวหายแล้ว อยากให้ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ลดหลุมสิว กระชับรูขุมขน แนะนำโปรแกรม Intensive Skin Repair
สำหรับใครที่สนใจโปรแกรมรักษารอยสิวจาก Aura Bangkok Clinic สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ คลิกที่นี่!
สรุป
การรักษาสิวต้องเข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน ทั้งการใช้ยาทา ยารับประทาน และหัตถการเพื่อจัดการทั้งสิวอักเสบและรอยสิวอย่างครบถ้วน สำหรับใครที่อยากปรึกษาเรื่องผิวและรอยสิวเพื่อการรักษาอย่างตรงจุด ลูกค้าสามารถจองคิวปรึกษาแพทย์ได้ฟรีที่ Aura Bangkok Clinic ทุกสาขา!
คำถามที่พบบ่อย
Q : รักษาสิวไม่หาย เกิดจากอะไร?
A: สิวรักษาไม่หายอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ฮอร์โมนไม่สมดุล การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว ล้างหน้าไม่สะอาด หรือมีการแพ้สารในเครื่องสำอาง นอกจากนี้ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการรักษาไม่ต่อเนื่องหรือไม่ถูกวิธี ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้สิวไม่หายได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
Q : สิวเกิดจากอะไร?
A: สิวเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่มีไขมันและเซลล์ผิวหนังสะสมร่วมกัน เมื่อมีแบคทีเรียเข้ามาเจริญเติบโตในรูขุมขนที่อุดตันนั้น จะทำให้เกิดการอักเสบ กลายเป็นสิวชนิดต่าง ๆ เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวหนอง ปัจจัยกระตุ้นมีทั้งฮอร์โมน ความเครียด การใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม พฤติกรรมการดูแลผิว และสิ่งแวดล้อม
Q : รอยสิวกับหลุมสิวต่างกันไหม?
A: รอยสิวกับหลุมสิวต่างกัน รอยสิวคือรอยแดง รอยดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอที่เกิดหลังสิวหาย มักจางลงเองตามเวลา ส่วนหลุมสิวคือรอยแผลเป็นที่ผิวถูกทำลายลึก ทำให้เกิดผิวเป็นแอ่งหรือบุ๋ม ซึ่งไม่สามารถหายเองได้ง่ายและมักต้องใช้การรักษาเฉพาะทาง เช่น เลเซอร์ โปรแกรมเติมหลุมสิวหรือโปรแกรมกระตุ้นคอลลาเจน
อ้างอิง
Mayo Clinic. (2022, October 8). Acne – Diagnosis and treatment – Mayo Clinic. Mayoclinic.org. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/acne/diagnosis-treatment/drc-20368048
NHS . (2019). Overview – Acne. NHS. https://www.nhs.uk/conditions/acne/














